thansettakij
thansettakij
หุ้นชิปเอเชีย 'Samsung-SK Hynix' ร่วงหนัก ผวาจีนเร่งพัฒนา AI

หุ้นชิปเอเชีย 'Samsung-SK Hynix' ร่วงหนัก ผวาจีนเร่งพัฒนา AI

28 ก.ค. 69 | 04:49 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ค. 69 | 05:00 น.

ตลาดหุ้นชิปเอเชียเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ หลังนักลงทุนกังวลจีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีชิปและ AI ขณะที่ Samsung, SK Hynix, Kioxia และ MediaTek ดิ่งแรง ฉุดบรรยากาศการลงทุนทั่วภูมิภาค

KEY

POINTS

  • หุ้นผู้ผลิตชิปในเอเชีย โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
  • สาเหตุหลักเกิดจากความกังวลของนักลงทุนต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หลังจีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีชิปและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตนเอง
  • ปัจจัยกดดันสำคัญคือข่าวที่จีนกำลังพัฒนาเครื่องจักรผลิตชิป, การเติบโตของ AI ต้นทุนต่ำ และการเตรียมเข้าตลาดหุ้นของผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน
  • แรงเทขายได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังหุ้นชิปทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงบริษัทในญี่ปุ่นและไต้หวัน

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียร่วงหนัก นำโดยเกาหลีใต้ หลังนักลงทุนกังวลการแข่งขันจากจีนรุนแรงขึ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ร่วงสูงสุด 13.4% และ 14% ตามลำดับ ขณะที่ Kioxia ญี่ปุ่น และ MediaTek ไต้หวัน ปรับตัวลดลงแรง ตลาดวิตกทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ความเสี่ยงอุปทานชิปล้นตลาด และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของจีน ส่งผลให้หุ้น AI ถูกเทขายทั่วภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียเผชิญแรงขายอย่างหนักในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของจีนในการผลิตชิปและพัฒนาเทคโนโลยี AI ได้เพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในอุตสาหกรรมชิปโลก

Samsung และ SK Hynix ฉุดตลาดหุ้นเกาหลีใต้

แรงเทขายกระจุกตัวในหุ้นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ โดย Samsung Electronics ปรับตัวลดลงสูงสุด 13.4% ส่วน SK Hynix ดิ่งถึง 14%

ทั้งสองบริษัทมีน้ำหนักรวมเกือบครึ่งหนึ่งของดัชนี KOSPI ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงตามไปด้วย

นอกจากนี้ หุ้น SK Hynix ที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐยังปิดตลาดต่ำกว่าราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ที่ 149 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก หลังเข้าซื้อขายเมื่อต้นเดือน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมุมมองนักลงทุนต่อหุ้นที่เคยได้รับอานิสงส์จากกระแส AI อย่างรวดเร็ว

ญี่ปุ่น-ไต้หวันไม่รอด หุ้นชิปร่วงทั้งภูมิภาค

แรงขายไม่ได้จำกัดเฉพาะเกาหลีใต้ โดย Kioxia Holdings ผู้ผลิตแฟลชเมมโมรีของญี่ปุ่น ร่วงเกือบ 18% ขณะที่ MediaTek บริษัทออกแบบชิปของไต้หวัน ลดลงมากกว่า 9% ในการซื้อขายช่วงเช้า

นักวิเคราะห์มองว่าการปรับฐานครั้งนี้สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมชิปมากกว่าจะเป็นปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท

จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีชิป จุดชนวนความกังวลใหม่

นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือรายงานที่ระบุว่า บริษัทจีนกำลังพัฒนาเครื่องผลิตชิปแบบ Deep Ultraviolet (DUV) Lithography ภายในประเทศ ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ผลิตหน่วยความจำของจีนขยายกำลังการผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้รายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีและช่วงเวลาการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ยังไม่ชัดเจน แต่ข่าวดังกล่าวได้กระตุ้นความกังวลว่าจีนอาจลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดชิปหน่วยความจำโลก

Nvidia และ OpenAI เพิ่มแรงกดดันหุ้น AI

อีกปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นคือรายงานที่ระบุว่า Nvidia อาจให้การสนับสนุนด้านการเงินมูลค่าราว 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล AI ของ OpenAI

ข่าวดังกล่าวทำให้หุ้น Nvidia ปรับตัวลงเกือบ 5% หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าผู้นำตลาดชิป AI อาจต้องแบกรับภาระด้านเงินทุนของลูกค้าเอง ซึ่งอาจกระทบต่อผลตอบแทนในอนาคต

โมเดล AI จีนต้นทุนต่ำ อาจลดความต้องการชิประดับสูง

นักลงทุนยังจับตาการเติบโตของโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สต้นทุนต่ำจากจีน เช่น Kimi K3 ซึ่งอาจทำให้การประมวลผล AI ในอนาคตใช้ทรัพยากรน้อยกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้

หากแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ความต้องการชิป AI ประสิทธิภาพสูง รวมถึงชิปหน่วยความจำ HBM ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ SK Hynix และ Samsung อาจชะลอตัวลง

IPO ของ CXMT เติมแรงกดดันการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของจีน ยังสร้างความกังวลว่าจีนจะมีผู้เล่นรายใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นในตลาดโลก

นักวิเคราะห์ประเมินว่า การขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตจีนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอุปทานล้นตลาด และกดดันราคาชิปในระยะต่อไป

นอกจากนี้ รายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า Apple พยายามขออนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐให้สามารถใช้ชิปที่ผลิตในจีนกับผลิตภัณฑ์บางรุ่น ยิ่งตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนต่อศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีนที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา - รอยเตอร์