thansettakij
thansettakij
BBL กำไรครึ่งปีแรก 2.05 หมื่นล้าน ลด 16.2% รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาลง

BBL กำไรครึ่งปีแรก 2.05 หมื่นล้าน ลด 16.2% รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาลง

21 ก.ค. 69 | 13:13 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 13:13 น.

BBL รายงานกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกลดลง 16.2% จากแรงกดดันดอกเบี้ยขาลง แต่ยังคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้แข็งแกร่ง NPL อยู่ที่ 3.3% และ Coverage Ratio สูง 306.3%

KEY

POINTS

  • ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 12.4% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • แม้กำไรจะลดลง แต่ธนาคารยังมีการขยายตัวของสินเชื่อ 2.7% จากสิ้นปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ไตรมาส 2/2569 มีกำไร 9,497.92 ล้านบาท ลดลง 19.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 11,839.87 ล้านบาท

โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงเล็กน้อย และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง ส่วนใหญ่จากรายได้จากเงินลงทุน สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล ขณะที่ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงโดยยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง

หากเทียบกับไตรมาส 2/2568 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารปรับตัวลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ขณะที่ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง เป็นผลจากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

กำไรครึ่งปีแรกหด 16.2%

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.46% ทั้งนี้ การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคาร และช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขาย ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่ลดลง

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 6.5% สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 47.1%

ทั้งนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 17,435 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,678,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ

สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.3% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 306.3% สะท้อนถึงการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง