
ASPS อัพเป้า SET ชน 1,720 จุด ชูหุ้นไทยยังน่าลงทุน ลุ้นฟันด์โฟลว์ทะลุแสนล้าน
บล.เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,720 จุด มองหุ้นไทยยังได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยต่ำ นโยบายการคลัง และฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่มีลุ้นไหลเข้าทะลุ 1 แสนล้านบาท
KEY
POINTS
- บล. เอเซีย พลัส (ASPS) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,720 จุด จากเดิม 1,580 จุด
- ชี้หุ้นไทยยังน่าลงทุนจากปัจจัยหนุนด้านดอกเบี้ยที่ทรงตัวระดับต่ำ นโยบายการคลังที่ชัดเจน และมูลค่า (Valuation) ของตลาดยังน่าสนใจ
- คาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยตลอดทั้งปีเกิน 100,000 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET Index สิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 1,720 จุด จากเดิม 1,580 จุด รับแรงหนุนดอกเบี้ยไทยทรงตัวระดับต่ำ นโยบายการคลังชัดเจน และแนวโน้มเงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง โดยคาดทั้งปีฟันด์โฟลว์มีโอกาสทะลุ 100,000 ล้านบาท พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell Allocation รับความผันผวนไตรมาส 3
ASPS ปรับเป้า SET สิ้นปี 1,720 จุด สูงสุดในรอบ 8-9 เดือน
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร สายงานวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยว่า ประเมินปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) ปลายปี 2569 คาดว่าจะสู่ระดับ 1,720 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 8 - 9 เดือน จากเดิมที่ให้ไว้ระดับ 1,580 จุด ภายใต้สมมติฐาน EPS ปี 2569 ที่ 95 บาทต่อหุ้น, ค่า P/E ระดับ 18.18 เท่า และ Market Earning Yield Gap ที่ระดับ 4.50 - 5.50%
ส่วนปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยนั้น มองว่าดอกเบี้ยไทยปีนี้ไม่น่าจะขึ้น โดยคาดคงไว้ที่ระดับ 1% ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นและต่ำกว่าในอดีตมาก (ในอดีตดอกเบี้ยน้อยกว่า 1.5% SET มักเทรด P/E เฉลี่ยสูงถึง 19.52 เท่า) ประกอบกับนโยบายการคลังชัดเจน โดยงบประมาณปี 2570 วงเงิน 1.23 ล้านล้านบาท และ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งหนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่ม GDP ไทยเป็น 2.3% จากเดิมที่ระดับ 1.5%
ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าทะลุแสนล้าน
ในแง่ของ Valuation ตลาดยังน่าสนใจ โดย P/E ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 16.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าตลาดหลักส่วนใหญ่ และหากหัก DELTA ออกจากการคำนวณดัชนี จะเห็นค่า P/E ของ SET Index อยู่ระดับ 13 เท่า และอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 3.6% ซึ่งสูงกว่าตลาดหุ้นโลก
ขณะที่ทิศทางเม็ดเงินทุนต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ยังมีแนวโน้มไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ในช่วงครึ่งปีแรกไหลเข้าสุทธิแล้วกว่า 55,802 ล้านบาท พร้อมคาดว่าฟันด์โฟลว์ต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยปี 2569 นี้ มากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งหากทำได้จะถือเป็นปีที่ 3 ต่อจากปี 2005 ที่มีมูลค่า 118,542 ล้านบาท และปี 2022 มูลค่า 202,694 ล้านบาท
Q3 ยังผันผวน เจอ 3 ปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาด
สำหรับภาพรวมในช่วงไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยฯ มองกรอบดัชนี SET Index ไว้ที่ระดับ 1,580 - 1,680 จุด เนื่องจากประเมินแนวโน้มการลงทุนอาจไม่ง่ายเหมือนครึ่งปีแรกปี 2569 โดยมี 3 ปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากดดัน ได้แก่
1. แรงกดดันเศรษฐกิจและปัจจัยผลักเงินเฟ้อ ซึ่งมาจากสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันโดยตรง ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่นานกว่าปกติ โดย IMF คาด GDP โลกปี 2569 โต 3.1% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี และ ธปท.คาด GDP ไทยปี 2569 ชะลอเหลือ 2.3% และ 1.8% ในปี 2570
2. นโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากปีก่อนหน้า กดดันสภาพคล่องและความเชื่อมั่นนักลงทุนหดหาย ในช่วงครึ่งปีหลังธนาคารกลางหลายแห่งมีคิวขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มทั้งสหรัฐฯ, ยุโรป, อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อฟันด์โฟลว์ต่างชาติให้ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสถิติในอดีตดอกเบี้ยไทยมากกว่า 3% SET Index มักซื้อขายบน P/E เฉลี่ยเพียง 11.7 เท่า ซึ่งถูกกว่าระดับปัจจุบัน
3 .กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังมี Downside แฝงในช่วงถัดไป โดย Consensus เริ่มปรับลด EPS Nasdaq ปี 2569 ลดลง 5% (ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2569) อีกทั้งสถิติชี้ปีที่ IPO สูงผิดปกติ (2543, 2550, 2564) ปีถัดมา S&P500 มักปรับฐาน -13% ถึง -38.5%
ซึ่งปีนี้มี Mega IPO อย่าง SPACEX ทำให้ในปี 2569 ระดมทุนไปแล้ว 1.38 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงสุดใน 5 ปี ส่วนไทยมีโอกาสเห็นกำไรไตรมาส 2/2569 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า หลังไตรมาส 1/2569 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3.57 แสนล้านบาท
กางกลยุทธ์ลงทุน Q3/69
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหลัก เน้นธีม Barbell Allocation โดยแบ่งพอร์ตลงทุนเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่
- หุ้นปันผลดี (Dividend) สัดส่วน 35% อาทิ KTB, TTB, PTTEP, ADVANC, SINGTEL80
- หุ้นเติบโต (Growth) สัดส่วน 35% อาทิ ASML01, META80, AAPL80, WUXIAT80, HIMS03, FERRARI80
- Tactical Hedge สัดส่วน 10% อาทิ GOLDUS80 (ทอง), ZIJIN80 (เหมืองทอง), SIL03 (เงิน), SPBOND80 (บอนด์สหรัฐฯ), MIDEA80
- ถือครองเงินสดสัดส่วน 20% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่สัดส่วน 10% เพื่อรักษาสภาพคล่องและรอจังหวะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในอนาคต







