
"พสุ" มองอสังหาฯ ครึ่งปีหลังยังเหนื่อย จับตาหุ้นกู้เลื่อนหนี้พ่นพิษ
“พสุ ลิปตพัลลภ” ชี้อสังหาฯ ปี 69 ยังหนัก เศรษฐกิจโตต่ำ-หนี้ครัวเรือนสูง กดกำลังซื้อทรุดต่อเนื่อง พร้อมเตือนนักลงทุนจับตาความเสี่ยงหุ้นกู้ยื้อชำระหนี้
KEY
POINTS
- ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความท้าทายสูงจากเศรษฐกิจซบเซา หนี้ครัวเรือน และคาดการณ์ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์จะลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
- ประเด็นน่ากังวลคือปัญหาหุ้นกู้ที่ผู้ประกอบการบางรายใช้วิธีขอเลื่อนชำระหนี้แทนการผิดนัดชำระ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว
- นักลงทุนควรระมัดระวังเนื่องจากหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดีก็ยังมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ได้ โดยหน่วยงานจัดอันดับควรสื่อสารความเสี่ยงเชิงรุกมากขึ้น
นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดมุมมองต่อสถานการณ์หุ้นกู้ของกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สภาวะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นี้ และต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง มองว่ายังคงเผชิญกับความท้าทายในระดับสูง
ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ซบเซา การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ทางแบงก์ชาติได้มีการประมาณการว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 อาจอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1-1.5 เท่านั้น ส่งผลให้คาดการณ์ยอดการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนกำลังซื้อภายในประเทศ ส่งทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์หลายรายต้องยุติการดำเนินธุรกิจ ขณะที่บางรายเริ่มประสบปัญหาการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้และต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ
ถึงเวลาสางหนี้
จากสถานการณ์ในตลาดหุ้นกู้เป็นประเด็นที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันพบพฤติกรรมการยื้อเวลาชำระหนี้ในกลุ่มบริษัทที่ขาดสภาพคล่อง โดยใช้วิธีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอนัดเลื่อนชำระหนี้และเสนอการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยแทนการประกาศผิดนัดชำระหนี้ตามความเป็นจริง
"สภาวะดังกล่าวทำให้เกิดการสะสมของบริษัทที่มีปัญหาทางการเงินจำนวนมากที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด ซึ่งในทางปฏิบัติอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่าในเวลานี้"
ทั้งนี้ จากข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้บริษัทจะมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) หรือมีหลักประกันที่ครบถ้วน ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยยืนยันความปลอดภัยจากการผิดนัดชำระหนี้เสมอไป
ดังนั้น บทบาทของหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Agency) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารข้อมูลเชิงรุกและเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า
แบงก์พร้อมซัพพอร์ตทุน
ในส่วนของสถานะทางการเงินและกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้สินของ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD นั้น บริษัทมีความเสี่ยงในตลาดตราสารหนี้ในระดับต่ำมาก โดยมีสัดส่วนหนี้สินที่มาจากหุ้นกู้ไม่ถึงร้อยละ 5 ของหนี้สินทั้งหมด และที่ผ่านมามีการชำระหนี้จากการออกหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นและได้รับการสนับสนุนสินเชื่อโครงการจากสถาบันการเงินหลักรวม 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทยังมีความสามารถในการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Share) จากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ และได้มีการชำระคืนเงินทุนพร้อมผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนครบถ้วนตามกำหนดในโครงการที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันบริษัทยังคงความสามารถในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายในอุตสาหกรรมจะตัดสินใจงดการจ่ายปันผลเพื่อรักษาสภาพคล่องก็ตาม





