
หุ้นไทยปิดบวก 21.86 จุด ยืนเหนือ 1,539.12 จุด วอลุ่มซื้อขายพุ่ง 7.5 หมื่นล้าน
SET ปิดพุ่ง 21.86 จุด กลับมายืนเหนือ 1,539.12 จุด มูลค่าซื้อขายทะยานแรง 7.5 หมื่นล้าน รับแรงซื้อหุ้นใหญ่ “CPALL-KTB-DELTA” โบรกชี้งบไตรมาส 1/69 หลายบริษัทออกมาดีกว่าคาด หนุนแรงเก็งกำไรกลับเข้าตลาด
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,539.12 จุด เพิ่มขึ้น 21.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท
- ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน
- นักลงทุนเข้าเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งภาพรวมออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 พ.ค.69) ดัชนี SET Index ปิดที่ระดับ 1,539.12 จุด เพิ่มขึ้น 21.86 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.44% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,540.07 - 1,514.56 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 75,012.90 ล้านบาท
หากแบ่งมูลค่าการซื้อขายตามประเภทนักลงทุน พบว่า กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่ซื้อสุทธิสูงสุด มูลค่า 3,523.91 ล้านบาท เช่นเดียวกันกับนักลงทุนต่างประเทศที่ยังมีการซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง มูลค่า 2,864.90 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนในประเทศขายสุทธิสูงสุด มูลค่า 5,924.59 ล้านบาท และกลุ่มสถาบัน ขายสุทธิ มูลค่า 464.22 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 334.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 0.91% มูลค่าซื้อขาย 6,649.93 ล้านบาท
- CPALL ราคา 46.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 6.86% มูลค่าซื้อขาย 5,579.42 ล้านบาท
- KTB ราคา 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 3.05% มูลค่าซื้อขาย 4,182.28 ล้านบาท
- KBANK ราคา 197.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 3,520.42 ล้านบาท
- TRUE ราคา 14.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 3,461.10 ล้านบาท
ตลาดรับแรงบวกคาดหวังเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index แกว่งตัว Sideway Up ตามกรอบ 1,510 - 1,530 จุด ตามความคาดหวังเชิงบวกก่อนการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์-สีจิ้นผิง ช่วยหนุนห้นุ กลุ่ม Global Trade+Investment ด้านปัจจัยในประเทศอยู่ในช่วงเก็งกำไรโค้งสุดท้ายการรายงานงบไตรมาส 1/2569 ซึ่งภาพรวมกำไรยังดีกว่าคาด หุ้นเด่นวันนี้เลือก AMATA และ BH
ปัจจัยสำคัญวันนี้อยู่ที่การประชุมระหว่างประธานาธิบดี สหรัฐฯ-จีน โดยเรื่องที่ถูกคาดหมายว่าจะมีความคืบหน้าจากการประชุมครั้งนี้คือ การขยายเวลาลดภาษีศุลกากรการผ่อนคลายข้อจำดส่งออกชิปและแร่หายาก ส่วนประเด็นอิหร่าน-สหรัฐฯ อาจเร่งกระบวนการทางการทูตได้บ้าง
แต่โอกาสที่ฮอร์มุซจะกลับมาปกติยังมีความไม่แน่นอน เพราะต้องอาศัยข้อตกลงอิหร่าน-สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดอยู่นอกเหนืออำนาจของการประชุมทวิภาคีครั้งนี้หากผลเป็นไปตามคาดเรามองบวกต่อหุ้น Global Trade อย่างกลุ่มอิเล็คฯ ชอบ CCET HANA กลุ่มอาหาร ITC จากความเสี่ยงการกีดกันการค้าจะลดลงและเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อกลุ่มนิคม AMATA WHA จากความเชื่อมั่นการลงทุนที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ การรายงานงบไตรมาส 1/2569 ที่นับเฉพาะหุ้นที่ Bloomberg Consensus มีคาดการณ์ รายงานแล้ว 65%Market Cap ทำกำไรดีกว่าคาดราว 18% โดยบริษัทที่รายงานงบดีกว่าคาดวานนี้ CPALL (ดีกว่าคาด 13%จากยอดขายและ GPM) CRC (ดีกว่าคาด 19% จาก GPM การเติบโตธุรกิจอาหารและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง) WHA (ดีกว่าคาด 35-39% หลักๆ การตีราคาที่ดินใหม่ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว) ทั้งนี้ EPS69 มีสัญญาณบวกจากปัจจุบันถูกคาดที่ 97.21 บาท/หุ้น ปรับขึ้น 3.6% เทียบช่วงก่อนสงคราม





