thansettakij
thansettakij
IRPC เทิร์นอะราวด์ กำไรพุ่งเกือบ 8 พันล้าน ค่าการกลั่นฟื้น-น้ำมันหนุนเต็มแรง

IRPC เทิร์นอะราวด์ กำไรพุ่งเกือบ 8 พันล้าน ค่าการกลั่นฟื้น-น้ำมันหนุนเต็มแรง

12 พ.ค. 69 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 69 | 11:05 น.

IRPC โชว์งบ Q1/69 พลิกมีกำไร 7.9 พันล้าน รับแรงหนุนสต็อกน้ำมัน-ค่าการกลั่นปรับขึ้น หลังตลาดน้ำมันโลกตึงตัวจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน

KEY

POINTS

  • IRPC พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 ที่ 7,889 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนในไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ปัจจัยหนุนสำคัญคือการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Inventory Gain) เกือบ 1 หมื่นล้านบาท หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น
  • ค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกแรงขับเคลื่อนหลัก

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานบริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7,889 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 574 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และขาดทุนสุทธิ 1,206 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรสต็อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงค่าการกลั่นที่ปรับตัวดีขึ้น และบริษัทมีรายได้จากการขาย 76,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน

ขณะที่รายได้จากการขายสุทธิอยู่ที่ 67,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในด้านปริมาณน้ำมันดิบนำเข้ากลั่นในไตรมาส 1/2569 นี้ อยู่ที่ 18.83 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน

ในแง่ของกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 7,902 ล้านบาท หรือ 13.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเลียมที่ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ปรับตัวดีขึ้น จากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเทียบกับน้ำมันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้น หลังเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ธุรกิจปิโตรเคมีได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2569 จากผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มปิโตรเคมีลดลง ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคยังรักษาระดับกำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงเดิม

โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเข้าสู่ภาวะอุปทานตึงตัว ทำให้ IRPC รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน 9,843 ล้านบาท หรือ 16.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงการกลับรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV) อีก 295 ล้านบาท

แม้บริษัทจะมีขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง 223 ล้านบาท แต่เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว บริษัทรับรู้ Net Inventory Gain สูงถึง 9,915 ล้านบาท หรือ 16.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) เพิ่มขึ้นเป็น 17,817 ล้านบาท หรือ 29.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและจากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 14,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากทั้งจากไตรมาสก่อนและจากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวชัดเจนของผลประกอบการ

อย่างไรก็ตาม บริษัทบันทึกขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 1,981 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีกำไร 258 ล้านบาท และไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไร 170 ล้านบาท เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ IRPC ยังรับรู้กำไรจากการลงทุน 299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่จากกำไรขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไตรมาส 1/2569 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเลียมของ IRPC จากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการบริหารสต็อกน้ำมันที่มีประสิทธิภาพ แม้ธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความผันผวนของตลาดโลกก็ตาม