
หุ้นไทยยืนแกร่งกว่าภูมิภาค จับตาบาทแข็ง-ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ชู CENTEL-GULF-DELTA เด่น
โบรกชี้สงครามส่อแววสงบ จับตาความเสี่ยงใหม่ "Unwind Yen Carry Trade" ดันบาทแข็ง ชูกลยุทธ์สลับกลุ่มลงทุน ดักเก็บหุ้น Laggard แนะนำ DELTA-CENTEL-GULF
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีความแข็งแกร่งกว่าตลาดในภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างตลาดที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่ดีกว่าคาด
- แนวโน้มเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการแทรกแซงของรัฐบาลญี่ปุ่นและคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะเป็นปัจจัยกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งส่งผลดีต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นและหนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ
- แนะนำกลยุทธ์สลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ไปยังหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีหุ้นเด่นคือ CENTEL, GULF และ DELTA
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แต่สัญญาณความขัดแย้งเริ่มดูเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยสังเกตได้จากราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่และทยอยปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกับช่วงวิกฤตพลังงานในอดีต อย่างสงครามอ่าว (Gulf War) ปี 2533 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565 ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในระยะกลาง (3-6 เดือนข้างหน้า) ช่วงที่สงครามผ่อนคลาย ราคาน้ำมันจะทยอยย่อตัวลงต่อเนื่อง
แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงผันผวนและแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) เพื่อรอดูการส่งผ่านผลกระทบของต้นทุนน้ำมันไปยังภาพรวมเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน ก่อนที่ตลาดจะสามารถกลับมาปรับตัวขึ้นได้ดีเมื่อราคาน้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติ จากแบบจำลอง BECO SHOK ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงจะกดดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของยุโรป อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ลดลงราว 0.3-0.4% ในช่วงที่เหลือของปี 2569
ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาความเสี่ยงใหม่จากกระแส "Unwind Yen Carry Trade" หรือการโยกย้ายเม็ดเงินกลับเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ปัจจัยหนุนมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. 2026 ทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นแคบลงเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายังพบสัญญาณการแทรกแซงค่าเงินของรัฐบาลญี่ปุ่นด้วยเม็ดเงินกว่า 34.5 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 1-2% ในช่วงเวลา 11.00 - 13.00 น. เกือบทุกวัน และเนื่องจากเงินเยนมีน้ำหนักในตะกร้าดอลลาร์สหรัฐถึง 14% (สูงเป็นอันดับ 2)
ดังนั้นแล้ว การแข็งค่าของเงินเยนจึงเป็นปัจจัยกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลดีต่อ "ค่าเงินบาทไทยให้มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น" และช่วยหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ยังคงไหลเข้าประคองตลาดหุ้นไทยได้
สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ถือว่าแข็งแกร่งกว่าภูมิภาค โดยนับตั้งแต่เกิดสงคราม (1 มี.ค. - 6 พ.ค. 69) ดัชนีปรับตัวลดลงเพียง -0.3% เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างของตลาดหุ้นไทยที่มีน้ำหนักของกลุ่มเทคโนโลยี (ETRON, ICT) และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (พลังงาน, ปิโตรเคมี, อาหาร, เกษตร) รวมกันสูงถึง 57% ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
อีกปัจจัยสำคัญ คือ การประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียน (ล่าสุดประกาศมาแล้ว 46 บริษัท) ทำผลงานกำไรดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Earning Surprise) สูงถึง 10.7% ซึ่งตามสถิติในอดีต มักจะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นได้
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของไทยในเดือน เม.ย. 2569 ปรับตัวพุ่งขึ้นถึง +2.89% จากปีก่อน (ทำสถิติสูงสุดในรอบ 38 เดือน) จากผลกระทบของราคาน้ำมันโลก ทำให้คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% จนถึงสิ้นปี 2569 และจะพึ่งพานโยบายการคลังจากรัฐบาล เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส, การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และกองทุน TFFIF เข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจแทน
ในแง่กลยุทธ์การลงทุนนั้น ฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตโดยใช้กลยุทธ์ สลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) แนะนำให้ขายทำกำไรในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสงครามและได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เช่น PETRO +24%, ETRON +16%
และให้เม็ดเงินไหลเข้าทยอยสะสมหุ้นกลุ่มที่เคยถูกกดดันลึก (Laggard) รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการแข็งค่าของเงินบาท ได้แก่
- กลุ่มท่องเที่ยว : ERW, CENTEL, MINT
- กลุ่มการแพทย์ : BH, BDMS
- กลุ่มค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม : CPALL, BJC, CPAXT, COM7, CBG, OSP, ICHI
- กลุ่มโรงไฟฟ้า (ต้นทุนลดลงจากบาทแข็ง) : GULF, GPSC, BGRIM โดยกำหนดให้หุ้น DELTA, CENTEL และ GULF เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน





