thansettakij
GULF อวดกำไรจากการดำเนินงานปี 68 พุ่ง 2.8 หมื่นล้าน ปันผล KBANK หนุน

GULF อวดกำไรจากการดำเนินงานปี 68 พุ่ง 2.8 หมื่นล้าน ปันผล KBANK หนุน

17 ก.พ. 2569 | 11:23 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 11:24 น.

กำไรหลัก GULF โตแรงต่อเนื่องในปี 68 แตะ 2.87 หมื่นล้าน โต 33.4% รับแรงหนุนจากเงินปันผล KBANK, โรงไฟฟ้า GPD และส่วนแบ่งกำไรธุรกิจลงทุน ขณะที่ไตรมาส 4 Core profit พุ่ง 42.7%

KEY

POINTS

  • GULF ประกาศกำไรจากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33.4% จากปีก่อนหน้า
  • ปัจจัยหนุนการเติบโตหลักมาจากเงินปันผลที่ได้รับจากธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และการรับรู้กำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า GPD
  • นอกจากนี้ยังได้รับผลดีจากกำไรของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เปิดดำเนินการใหม่ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนใน ADVANC
  • ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 86,562 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ INTUCH เป็นรายการสำคัญ

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการในปี 2568 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core profit) อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับปี 2567

โดยหลักเติบโตขึ้นจากเงินปันผลจากธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK, การรับรู้ผลกำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 3-4 และกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในประเทศที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 กำไรจากการนำเข้า LNG และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, HKP และ Jackson

ขณะที่ไตรมาส 4/2568 มีกำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 7,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยหลักมาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, GJP, HKP และ Jackson เป็นต้น

ด้านกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในปี 2568 อยู่ที่ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% โดยมีบันทึกกำไรจาการควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท ประกอบกับมีกำไรจากการซื้อธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 519 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังมีบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์สุทธิเป็นผลกำไร 1,147 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีขาดทุนจากรายการดังกล่าวจำนวนสุทธิ 189 ล้านบาท

สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ 21.7% จากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่า Core profit เนื่องในไตรมาส 4/2568 มีบันทึกกำไรจากการซื้อธุรกิจ 519 ล้านบาท ที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มบริษัทได้ซื้อหุ้นเพิ่มในระหว่างปี

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์สุทธิเป็นผลกำไร 444 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 4/2567 และไตรมาส 3/2568 ที่มีขาดทุนจากรายการดังกล่าว จำนวน 857 ล้านบาท และ 5 ล้านบาท ตามลำดับ