
หมอระวีวัฒน์ ยันไม่เคยนำหุ้นวางมาร์จิ้น พื้นฐานธุรกิจยังแกร่ง
หมอระวีวัฒน์ ยันไม่เคยนำหุ้นไปวางมาร์จิน ย้ำการขายบิ๊กล็อตจำนวน 11.37 ล้านหุ้น เป็นการขายให้กับกองทุนต่างประเทศหวังเพิ่ม free float หลังระดมทุนเข้า SET
นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า ได้ถือหุ้นในนามของตนเอง และบริษัท In Glory Investments Limited (ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ MASTER) ที่ตนถือหุ้นอยู่ 100% โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 179.11 ล้านหุ้น คิดเป็น 59.37%
โดยการขายบิ๊กล็อตในครั้งนี้ จำนวน 11.37 ล้านหุ้นนั้น เป็นการขายให้กับกองทุนต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่ม free float หลังจาก MASTER เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ส่งผลให้หุ้นในมือปัจจุบันคงเหลือ 167.74 ล้านหุ้น คิดเป็น 55.59%
"ปัจจุบันตนยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ยืนยันว่าไม่เคยนำหุ้นไปวางมาร์จิน ยังถือหุ้นใหญ่เหมือนเดิม และยืนยันธุรกิจของบริษัทไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในแง่ของปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่งและไม่เปลี่ยนแปลง การดำเนินธุรกิจยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ บริษัทฯ ขอขอบคุณนักลงทุนและผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นมาโดยตลอด"
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MASTER กล่าวว่า บริษัทฯ คาดผลดำเนินงานไตรมาส 4/67 มีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น ถือเป็นช่วงสำคัญที่จะผลักดันทั้งรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัท เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจศัลยกรรมและความงาม โดยเฉพาะช่วงปลายปีเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าส่วนใหญ่เตรียมความพร้อมสำหรับปีใหม่
ปัจจัยดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนต่อความต้องการทำศัลยกรรม หรือบริการเสริมความงามเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักปรับลุค เพื่อเตรียมตัวสำหรับปีใหม่ถือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ส่งผลให้ความต้องการและยอดการให้บริการพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้าต่างประเทศ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และลูกค้าต่างชาติที่เดินทางมาใช้บริการในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากตลาดศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พันธมิตรที่แข็งแกร่ง รวมถึงกลุ่ม MASTER มีการปรับระบบการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้ระบบการดำเนินงานหลายด้านมีการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ของการจัดการต้นทุน การให้บริการลูกค้า และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ด้วยปัจจัยเหล่านี้ MASTER จึงมีแนวโน้มสร้างรายได้ที่โดดเด่นในช่วงท้ายปีนี้ และส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มบริษัท
“MASTER มีการเติบโตที่โดดเด่นจากลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างชาติ เป็นที่ยอมรับว่า MASTER ครองตำแหน่งผู้นำด้านธุรกิจศัลยกรรมความงาม ให้บริการครอบคลุมหัตถการยอดนิยม จุดเด่น คือ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงามที่มีประสบการณ์ พร้อมให้บริการลูกค้า ตั้งแต่หัตถการศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมปรับโครงหน้า ดูดไขมัน การดูแลสุขภาพชาย การดูแลผิวพรรณ และการปลูกผม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่ม”
นางสาวลภัสรดา กล่าวเสริมว่า MASTER มองการเติบโตทั้งด้าน Organic และ Inorganic พร้อมด้วยกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (M&P) ทั้ง Cross Border – Cross Selling และ Cross Synergy ซึ่งภายหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้วนั้น MASTER ได้ขยายการลงทุนด้วยการเข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 36-40% ของบริษัทชั้นนำในวงการศัลยกรรมความงาม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจำนวน 15 บริษัท โดยครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทำให้เป็นแรงสนับสนุนการสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกันของกลุ่มบริษัท และส่งเสริมให้ MASTER ครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดศัลยกรรมและแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น
โบรกชี้ Q4/67 โตแกร่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า MASTER ไตรมาส 4/67 ปัจจัยหนุนแกร่ง โดยคาดผลประกอบการได้รับปัจจัยหนุนจากช่วง High Season ของธุรกิจ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับปีใหม่ ทำให้ความต้องการใช้บริการสูงขึ้น ประกอบกับลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจากภูมิภาคอาเซียนเดินทางมาใช้บริการในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทางฝ่ายวิเคราะห์คาดปัจจัยหนุนดังกล่าวจะช่วยหนุนการเติบโตของงบไตรมาส 4/67
สำหรับปี 68 คาดจะมีส่วนแบ่งกำไรหนุน ซึ่งทางฝ่ายวิเคราะห์คาดปี 68 ยังมีแนวโน้มการเติบโตทั้งจากส่วนของบริษัทเอง รวมไปถึงการเปิดดำเนินการบริษัท Partner ที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรเข้ามาหนุน โดยคาดส่วนแบ่งกำไรปี 68 ที่ 80-100 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งกำไร 9 เดือนที่ 27 ล้านบาท
ราคาหุ้นลด 8 บาท
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ปิดตลาดวันนี้ 16 ม.ค.68 อยู่ที่ระดับ 32.25 บาท ลดลง 8.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 19.88% จากปิดตลาดก่อนหน้าที่ 40.25 บาท ในช่วงระหว่างวันราคาหุ้นดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดที่ระดับ 36.25 บาท และย่อตัวลงทำจุดต่ำสุดที่ 28.25 บาท มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 2,759.81 ล้านบาท
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างร้อนแรงในวันนี้เป็นผลมาจากรายการบิ๊กล็อตจำนวน 11 ล้านหุ้น ซึ่งข้อตกลงของราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาตลาด เป็นผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง และสร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนรายย่อย
ข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค.67)
- นายระวีวัฒน์ มาศฉมาดล จำนวน 129,937,368 หุ้น หรือ 49.22%
- IN GLORY INVESTMENTS LIMITED จำนวน 44,000,000 หุ้น หรือ 16.67%
- นายพงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี จำนวน 6,609,870 หุ้น หรือ 2.50%
- บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 5,577,171 หุ้น หรือ 2.11%
- นางสาวภาสิตา ลี้สกุล จำนวน 5,500,132 หุ้น หรือ 2.08%
- นายปรีชา ส่งวัฒนา จำนวน 4,903,937 หุ้น หรือ 1.86%
- นายคเชนทร์ เบญจกุล จำนวน 4,651,000 หุ้น หรือ 1.76%
- นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ จำนวน 3,940,000 หุ้น หรือ 1.49%
- นายสุระ คณิตทวีกุล จำนวน 3,096,550 หุ้น หรือ 1.17%
- นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา จำนวน 3,024,080 หุ้น หรือ 1.15%





