
โบรกชี้สถิติหุ้นไทยเดือน ม.ค. 68 ดี ความกังวลเม็ดเงิน LTF เป็นเพียงระยะสั้น
บล.พาย ชี้สถิติหุ้นไทยเดือน ม.ค. 68 ดีแต่ปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันไม่ดีเท่านัก ห่วง "โดนัลด์ ทรัมป์" ป่วนเศรษฐกิจโลกสะเทือนถึงไทย แนะลงทุนหุ้นอิงเศรษญกิจในประเทศ AOT BDMS CRC CBG KTB WHA และ ITC ติดโผ
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเตรียมจะเผชิญกับความเสี่ยงจากการมาของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่เน้นนโยบายการเติบโตของสหรัฐฯ โดยที่ไม่สนใจประเทศอื่นๆ
ที่มองว่าอาจเป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันต่อภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และมีผลต่อเศรษฐกิจไทยที่เสี่ยงจะเกิด Downside Risk ผสานกับความเสี่ยงกระแสเงินทุนอาจไหลออกจากคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯมีแนวโน้มลดน้อยลงจากประมาณการครั้งก่อนจากความเสี่ยงเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทรงตัว
โดยที่ปัจจัยระยะสั้นนั้น ทางฝ่ายคาดว่าอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการขายของสถาบันตามเม็ดเงิน LTF ที่ครบกำหนด อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายให้น้ำหนักปัจจัยข้างต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประเมินว่าปัจจัยมหภาคมีผลมากกว่า
นอกเหนือจากปัจจัยต่างประเทศแล้วก็พบว่าภายในประเทศก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก จากการเติบโตเศรษฐกิจที่เริ่มขยายตัวต่ำลง หนี้ครัวเรือนระดับสูง หุ้นแนะนำจึงเน้นที่ Domestic Play & Defensive ประกอบไปด้วย AOT BDMS CRC CBG KTB WHA และ ITC เป็นต้น
ทั้งนี้ จากสถิติหุ้นไทยในเดือน ม.ค. มักสดใส หากพิจารณาตั้งแต่ปี 2014 – 2024 จะพบว่าเป็นบวกราว 6 ครั้งมีติดลบเพียง 4 ครั้ง และหากพิจารณาลงไปจะพบว่าปี 2020 เกิดเหตุการณ์พิเศษอย่างวิกฤตโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งหากตัดออกไปจะพบว่าเป็นบวกถึง 7 ครั้ง
ส่วนความกังวลประเด็น LTF นั้น เชื่อว่าเป็นเพียงความกังวลสั้นๆ เท่านั้นเพราะในทุกๆ ปีจะมี LTF ที่ครบกำหนดสามารถไถ่ถอนในการขายได้อยู่แล้ว อนึ่งในปี 2018 นั้นดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 1,700-1,800 ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ลงทุนส่วนมากแล้วอาจเผชิญภาวะขาดทุนการไถ่ถอนหน่วยลงทุนจึงไม่อาจเกิดขึ้นมากนัก ด้านการขายของนักลงทุนสถาบันประจำเดือน ม.ค. ของแต่ละปีพบว่าช่วงหลังๆ มักเห็นการขายสุทธิ
แต่อย่างไรก็ตามสถิติก็เป็นเพียงสถิติ เพราะในความจริงนั้นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญในการลงทุนปี 2568 ได้แก่ การมาของทรัมป์ที่มีกำหนดการรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.68 ทั้งนี้ เชื่อว่าช่วงแรกนั้น ทรัมป์จะเล็งพิจารณาปัญหาในประเทศตามที่ได้สัญญาไว้ก่อน อาทิ ปัญหาผู้อพภพ, ลดภาษีนิติบุคคล จึงยังไม่น่าจะเห็นแรงกดดันอย่างมีนัยยะกับเรื่องสงครามการค้ากับประเทศต่างๆ
ด้านปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นไทยนั้น ต้องยอมรับว่าปี 2568 ยังเป็นอีกปีที่ต้องเผชิญกับหลายความเสี่ยง อาทิ การค้าโลกที่ผันผวน เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ หนี้ครัวเรือนที่สูง การกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศทั่วโลก ที่อาจจะรวมถึงไทย
นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นอีกความเสี่ยง ได้แก่ การปรับลดประมาณการกำไร แม้ปัจจุบัน Bloomberg Consensus จะปรับลดมาแล้ว แต่ก็เชื่อว่าจะเห็นการปรับลงอีกจากความผันผวนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างทางของปีนี้





