
สมาคมบลจ. ปักหมุดดึงเม็ดเงินเข้ากองทุน ThaiESG กว่า 2.5 หมื่นล้าน
สมาคมบลจ. คาดปลายปี 67 มีกองทุน ThaiESG เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 47 กองทุน หนุนเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าอีกมากกว่า 2.5 หมื่นล้าน ดัน AUM ทั้งปีนี้ทะยาน 3.7 หมื่นล้าน พร้อมคาดปี 68 หุ้นไทยฟื้นต่อเนื่อง ดัชนียืนเหนือ 1,600 จุด ผลตอบแทน SET ที่ 10%
นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในฐานะตัวแทนบริษัทจัดการลงทุนในประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมบริษัทจัดการลงทุนและสมาชิกบริษัทจัดการลงทุน16 แห่ง แถลงความพร้อมในช่วงเทศกาลภาษีส่งท้ายปีเพื่อสนับสนุนกิจการที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมนำเสนอ 42 กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) ให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุน
โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนผู้ซื้อหน่วยลงทุน ThaiESG ให้ได้รวมกันกว่า 200,000 คน ยอดเงินลงทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท พร้อมคาดสิ้นปี 67 นี้ คาดว่าจะมีกองทุน ThaiESG เพิ่มขึ้นเป็น 46-47 กอง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 42 กอง และมี AUM รวมสิ้นปีนี้มากกว่า 37,000 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบัน 12,000 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ในปี 68 เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง สอดคล้องไปตามสภาวะเศรษฐกิไทยที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และเชื่อว่ายังได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปี 68 อยู่ที่ 10% ดัชนีอยู่ที่ 1,600 จุด จากสิ้นปี 67 นี้ น่าจะจบที่ 1,500 จุด
ในการที่ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการจัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการเห็นประโยชน์ของกองทุนที่ได้เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ลงทุนที่มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะระยะเวลาการถือครองที่ลดลงเหลือเพียง 5 ปี และวงเงินลดหย่อนที่เพิ่มเป็น 300,000 บาท
ในฐานะผู้บริหารและจัดการลงทุนจึงตั้งใจและพร้อมใจกันที่จะแสดงถึง commitment ของเราเพื่อให้ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าการลงทุนของตนจะมีประสิทธิภาพในระยะยาวและมีส่วนช่วยผลักดันบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งนี้ บริษัทผู้ออกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality, Net Zero การใส่ใจสังคมและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ในการนี้อุตสาหกรรมจัดการลงทุนพร้อมนำเสนอ 42 กองทุน ThaiESG จาก 16 บลจ.เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายของการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดย ณ ปัจจุบัน (31 ต.ค.67) ทั้งจำนวนกองทุนที่นำเสนอ และยอดรวมมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การจัดการได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเที่ยบกับจำนวน ณ สิ้นปี 66 (AUM รวมจาก 6,400 ล้านบาท เพิ่มเป็น 11,596 ล้านบาท / จำนวนกองทุนจาก 22 กองทุน เพิ่มเป็น 42 กองทุน)
อุตสาหกรรมจัดการลงทุนของเรายังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อเนื่องสามปีตามระยะเวลาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ภาครัฐให้มา จากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งได้ร่วมกันสนับสนุนการจัด BIG Campaign
“โครงการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยผ่านทางกองทุน ThaiESG - ลงทุนยั่งยืน พร้อมคืนภาษี” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดของ ESG และการลงทุนยั่งยืนให้แก่ประชาชนไทย สร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของการออมและการลงทุนระยะยาว รวมถึงการกระตุ้นให้มีการลงทุนผู้ลงทุนผ่าน Thailand ESG Fund ให้ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวัง
อย่างไรก็ตาม ทีมงานที่ได้จัดตั้งได้จัดทำกลยุทธ์ เร่งการประชาสัมพันธ์ สื่อสารการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเร็ว และให้เกิดการลงทุนที่ต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่จำกัดก่อนสินปีภาษีนี้ เพื่อให้โครงการประสบผลสำเร็จตั้งแต่ปีแรก
นอกจากนั้น ยังมีความจำเป็นที่เราต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมการลงทุนโดยทั่วไปของผู้ลงทุนไทยในกองทุนรวม เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีซึ่งเกือบทั้งหมดจะลงทุนเฉพาะตอนปลายปี จึงมีแผนการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างสมำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อผลตอบแทนที่ดีตามหลักการ DCA







