
TU เรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 15 ก.พ.67 ชงผ่อนผันเงื่อนไข ยันไม่กระทบจ่ายหนี้
TU ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 15 ก.พ.นี้ ขอผ่อนผันเงื่อนไขเฉพาะชั่วคราว "ไม่นับรวมรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่า" ในคำนวณอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และคำนวณเงินปันผลจากงบปี 66 ยันไม่ส่งผลกระทบสภาพคล่อง พร้อมจ่ายหุ้นกู้ครบไถ่ถอน
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อขอผ่อนผันเงื่อนไขในข้อกำหนดหุ้นกู้ ก่อนการประกาศผลประกอบการประจำปี 2566
โดยการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวจะจัดขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 5 ชุด ซึ่งจะแยกนับองค์ประชุมและการลงมติสำหรับหุ้นกู้แต่ละชุด โดยมีกำหนดการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนกรรมสิทธิ์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 และจัดประชุมในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยบริษัทฯ จะดำเนินการส่งจดหมายเชิญประชุมผู้ถือหุ้นกู้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้แต่ละรายต่อไป
ทั้งนี้วาระการประชุมสามารถสรุปได้ ดังนี้
- 1. พิจารณาอนุมัติการผ่อนผันหลักเกณฑ์ในการคำนวณ อัตราส่วนของความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
- 2. พิจารณาอนุมัติการผ่อนผันหลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินปันผลที่สามารถจ่ายได้ตามเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผล
โดยในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้นี้ บริษัทฯ จะขอผ่อนผันเป็นการเฉพาะคราว เพื่อไม่นับรวมรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าตามหลักการทางบัญชี เพื่อการคำนวณอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และการคำนวณเงินปันผลที่สามารถจ่ายได้ตามเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผล จากงบการเงินรวมปี 2566
ทั้งนี้ เมื่อหักรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าตามหลักการทางบัญชีซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯดังกล่าว ผลประกอบการของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ขอเรียนว่าในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับผู้ถือหุ้นกู้ได้ บริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงิน ตลอดจนวงเงินสินเชื่อที่รองรับเพียงพอที่จะทำการไถ่ถอนบางส่วนหรือทั้งหมดของหุ้นกู้ที่ไม่ได้รับความยินยอมได้
บริษัทฯ ยังได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เรื่อง แผนถอนการลงทุนจากการลงทุนส่วนน้อยใน Red Lobster เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 โดยชี้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ประกาศข่าวเผยแพร่ No. 12/2567 ลงวันที่ 25 มกราคม 2567
โดยมีความเห็นว่า แม้รายการด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียวจากการลงทุนใน Red Lobster จะส่งผลอย่างมากต่อผลประกอบการปี 2566 ของบริษัทฯ โดยทริสเรทติ้งมีความเห็นว่ากำไรสุทธิของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป เนื่องจากจะไม่มีผลขาดทุนจากกิจการ Red Lobster อีกต่อไป ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงมีมุมมองว่ารายการด้อยค่านี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทที่อยู่ในระดับ “A+”
ฐานเศรษฐกิจ ได้สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) พบว่า TU มีจำนวนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2567 จำนวน 2 รุ่น วงเงินรวม 4,550 ล้านบาท




