thansettakij
thansettakij
INVX เตือนลงทุนปี 67 "ผันผวนสูง" แนะลงทุน"ตราสารหนี้ -ทองคำ- REITs"

INVX เตือนลงทุนปี 67 "ผันผวนสูง" แนะลงทุน"ตราสารหนี้ -ทองคำ- REITs"

16 ม.ค. 67 | 09:39 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ม.ค. 67 | 09:47 น.

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองภาพการลงทุนปี2567 "ผันผวนสูง" โดยเฉพาะ Q1/67 ชูสินทรัพย์เด่น" ตราสารหนี้ -หุ้นเอเชีย -REITs-ทองคำ" แนะจับจังหวะลงทุนหุ้นหลังเฟดลดดอกเบี้ย ประเมินเป้าดัชนี SETที่ 1,650-1,700 จุด แจกโพย 10 หุ้นไทยคุณภาพ ผลประกอบการฟื้นตัว

KEY

POINTS

  • บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินภาพรวมลงทุนปี 2567 ทั่วโลก"ผันผวนสูง" โดยเฉพาะไตรมาส1 ตลาดหุ้นไทยยังไม่ดี
  • ปัจจัยส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย 1.ดอกเบี้ยเฟด คาดจะปรับลดลง 1% ในครึ่งปีแรก และสิ้นปีคาดอยู่ที่ 4.4% 2.เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสเกิดภาวะถดถอย , ปัญหา Geopolitics ความขัดแย้ง 3.เศรษฐกิจไทยขึ้นกับมาตรการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ" Digital  Wallet" หากผ่านหนุนเศรษฐกิจไทยโต 4.1% หากไม่ผ่านจีดีพีโตเพียง 3.2%
  • ประเมินเป้าหมายดัชนี SET ปี 67 ที่ 1,650 -1,700 จุด แนะจุดเข้าซื้อสำคัญอยู่ที่ 1,400-1,450 จุด โฟกัสลงทุน "ตราสารหนี้คุณภาพ - หุ้นเอเชียรวมถึงหุ้นไทย - ทองคำ - กอง REITs
  • 10 หุ้นเด่น ปี 2567 :  AMATA , BBL BEM ,BDMS, CPALL, CRC, GULF OR, SCC และ SCGP

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีมังกรทอง 2567 คาดว่าเป็นปีแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า “A Year of Value Investing” ตลาดหุ้นไทย มีหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว ในขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นชั้นนำอย่าง สหรัฐฯ และ ยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีอัตราการเติบโตในระดับสูง อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลง โดยมีโอกาสที่จะเห็น เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้นอีกด้วย หากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง

เฟ้นหุ้นขนาดใหญ่ราคาถูกคาดฟื้นตัว

"คาดตลาดหุ้นไทยผันผวนทั้งปี โดยเฉพาะไตรมาสแรกอาจไม่เป็นดังที่หวัง เนื่องจากตลาดเกิดวิกฤตศรัทธา จากปัจจัยภายใน อาทิ ปัญหาบจ., หุ้นกู้ ฯ และปัจจัยภายนอก แต่มองเป็นโอกาสในการเฟ้นลงทุน "หุ้นไทยขนาดใหญ่ " ที่มีราคาถูกต่ำกว่ามูลค่าอยู่มาก หุ้นเหล่านี้มีโอกาสฟื้นตัว "

ชูลงทุน "หุ้นกู้คุณภาพ -หุ้นเอเชีย- ทองคำ- รีท"

ด้านนายสุทธิชัย คุ้มวรชัย นักวิจัยการลงทุนอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า 4 ปัจจัยที่จะเกิดและส่งผลต่อการลงทุนในปี 2567 นั่นคือ 1.ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (เฟด) คาดว่าสิ้นปีนี้เฟดจะอยู่ระดับ 4.4% นั่นคือทั้งปีมีโอกาสที่เฟดจะปรับลด 1% ซึ่งจะเป็นจุดกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น , 2.ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าคาดปีนี้เฉลี่ย 35.50-36.00 บาทต่อดอลลาร์ 3. ดอกเบี้ยนโยบาย คาดคง 2.50% จนถึงสิ้นปีนี้จากเงินเฟ้อติดลบในช่วงแรก และค่อยๆปรับขึ้น 4. ราคาน้ำมันดิบคาดเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์/บาเรล แต่มีโอกาสปรับขึ้นครึ่งปีหลัง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่วงจรที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าศักยภาพจน ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลก ยกเว้นญี่ปุ่น จะเริ่มเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น ดังนั้นคำแนะนำในการจัดสรรสินทรัพย์ สำหรับปีนี้สรุปได้ดังนี้ 

  • 1) เน้นการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับ Investment Grade ขึ้นไป ซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลงในอนาคต 
  • 2) การลงทุนในหุ้นเอเชียรวมถึงไทยน่าสนใจกว่าตลาดพัฒนาแล้ว จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนในหุ้นโลกช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดจะเริ่มกลับมาดีขึ้นตามเศษฐกิจที่เริ่มฟื้น โดยจะเน้นไปในหุ้น Value และ Cyclical
  • 3) กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ และ REITs

จีดีพี67 ขึ้นกับมาตรการกระตุ้นรัฐ"ดิจิทัลวอเลต"

ส่วนมุมมองภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้ ดร. ปิยศักดิ์ มานะสันต์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่า เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐฯ ยุโรป กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ทำให้ดอกเบี้ยเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ย 1% ในครึ่งปีแรก ในขณะที่เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะเงินฝืด ด้านเศรษฐกิจไทยในปี 2567 

"เรามองว่ามาตรการ digital wallet เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2567 หากมาตรการ Digital Wallet ผ่านตามที่นายกฯ ประกาศจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 4.1% แต่หากมาตรการไม่ผ่าน จีดีพีอาจขยายตัวได้เพียง 3.2% โดยคาดว่า ธปท.จะคงดอกเบี้ยนโยบายปี 2567 โดยมี 2 ปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ 1) เงินเฟ้อที่หดตัวต่อเนื่อง และ 2) การทำโครงการ Digital Wallet ของรัฐบาล”

INVX เตือนลงทุนปี 67 "ผันผวนสูง" แนะลงทุน"ตราสารหนี้ -ทองคำ- REITs"

เป้าดัชนี 1,650-1,700 จุด แจกโพย10 หุ้นเด่น

ขณะที่ นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เผยถึงกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส1 ปี 2567 ว่า หุ้นไทยและเอเชียที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจะมีความน่าสนใจลงทุนมากกว่าหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว ในส่วนของตลาดหุ้นไทยแม้จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนจะมีตลอดทั้งปี  ปัจจัยหนุนมาจากงบประมาณที่กำลังทยอยเบิกจ่าย และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ กลุ่มหุ้นยั่งยืน (ESG) จะมีความสำคัญ และได้รับความสนใจเข้าลงทุนเพิ่มมากขึ้น 

สำหรับในส่วนของหุ้นต่างประเทศแนะนำลงทุนหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จากการใช้งาน AI ซึ่งเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อยู่ในช่วงวัฏจักรขาขึ้น การฟื้นตัวยังน่าสนใจในช่วงครึ่งแรกปี 2567 นอกจากนั้นยังเน้นการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่ราคาลดลงแรง

ประเมินเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ 1,650-1,700 จุด โดยจุดเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,400-1,450 จุด ชี้เป้าหุ้นเด่นปี 2567 เน้นโฟกัสที่คุณภาพและการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยแนะ 10 หุ้นเด่นที่มีเรตติ้ง ESG ระดับ "AAA และ AA" ได้แก่

  • AMATA ให้ราคาเป้าหมาย 29.10 บาท
  • BBL   ราคาเป้าหมาย 210.00 บาท  
  • BEM   ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท 
  • BDMS  ราคาเป้าหมาย 35.00บาท  
  • CPALL ราคาเป้าหมาย 74.00 บาท
  • CRC ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท 
  • GULF ราคาเป้าหมาย 63.00 บาท
  • OR  ราคาเป้าหมาย 27.00 บาท 
  • SCC ราคาเป้าหมาย 357.00 บาท
  • SCGP ราคาเป้าหมาย 51.00 บาท