
เจ้าหนี้หุ้นกู้ 4.2 พันล้าน สะเทือน JKN ยื่นฟื้นฟูกิจการ
เจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 4.2 พันล้านบาทสะเทือน หลังบอร์ดไฟเขียวให้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ พบมีหุ้นกู้จะครบกำหนดชำระอีก 2,078.6 ล้านบาทในปี 67 และ 525 ล้านบาท ในปี 68 พบออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ 1,015.3 ล้านบาท ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ
บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้ถือครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับโลกและเจ้าของลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์ส ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมจัดงานประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 72 ที่ ประเทศเอลซัลวาดอร์ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสด เพื่อออกอากาศในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ช่วงวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2566 นี้
ล่าสุดได้สร้างการสั่นสะเทือนให้กับวงการตลาดทุนหลังจาก "แอน" จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้การ JKN แจ้งมติคณะกรรมการที่อนุมัติให้บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเรียบร้อยแล้วในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566
สำหรับแนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการเบื้องต้น จะมีการปรับโครงสร้างกิจการและโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องกับสมมติฐานทางการเงินและสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขปัญหาของกิจการในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท รวมถึงการปรับโครงสร้างภายในองค์กร
ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ผ่อนผันในเรื่องอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้บริษัทสามารถสร้างรายรับจากการประกอบกิจการและนำมาจัดสรรชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้อย่างครบถ้วน และบริษัทยังคงดำเนินกิจการต่อไปได้ และการได้รับเงินสนับสนุนทางด้านการเงินจากแหล่งเงินทุน โดยได้รับจากผู้ลงทุนรายใหม่ หรือสถาบันการเงินเพื่อเป็นการหมุนเวียนในกิจการของบริษัท
นอกจากนั้นยังจะจัดหาแนวทางการดำเนินการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือก่อให้เกิดรายได้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายและจัดเตรียมแผนงาน และกลยุทธิ์ในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท และการปรับปรุงระบบ โครงสร้างภายในองค์กรและการพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ
ทันทีที่ JKN แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หุ้น JKN ดิ่งติดฟลอร์ทันที ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้า JKN ได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ไม่สามารถจ่ายหนี้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ ราว 600 ล้านบาท ได้ตามกำหนดที่จะครบไถ่ถอนวันที่ 1 กันยายน 2566 โดยสามารถจ่ายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แม้ว่าพยายามสรรหาแหล่งเงินทุนหลากหลายวิธีการแล้วก็ตาม ซึ่งในวันนั้น ราคาหุ้น JKN ลดลงถึง 29% เช่นกัน
ครั้งนั้น “แอน” จักรพงษ์ ยอมรับว่า เกิดมาจากปัญหาขาดสภาพคล่อง หลังจากบริษัทได้ลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง โดย 1 ในนั้นก็คือ การเข้าซื้อมิสยูนิเวิร์ส ด้วยเงินมากถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกมาด้วย กลุ่มธุรกิจ MUO ทั้งหมด แต่เศรษฐกิจไม่สดใสอย่างที่คิด เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงจนกระทบธุรกิจบริษัท ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ จึงเกิดเป็นช่องว่างให้เกิดการขาดสภาพคล่อง
ดังนั้นการจัดหาแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่ของ JKN จึงมาจากการออกหุ้นกู้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากการตรวจสอบงบการเงิน JKN ณ งวดครึ่งปี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 พบว่า JKN มีมูลหนี้คงค้าง 5,027 ล้านบาท แยกหนี้หุ้นกู้และหุ้นกู้แปลงสภาพถึง 4,200 ล้านบาท คิดเป็น 83.57% กู้ยืมจากสถาบันการเงิน 809 ล้านบาท สัดส่วน 16% ที่เหลืออีก 16.75 ล้านบาท หรือราว 0.33%
ทั้งนี้ JKN มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 5,027 ล้านบาท แต่มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพียง 112.50 ล้านบาท จึงมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถชำระหนี้ระยะสั้นที่จะถึงกำหนดได้ โดย JKN มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระถึง 3,203.6 ล้านบาท แบ่งเป็น
- หุ้นกู้ชุดที่ 2/2563 ครบกำหนดชำระคืนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 วงเงิน 600 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6.6% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
- หุ้นกู้ชุดที่ 1/2565 ครบกำหนดชำระคืน 15 มีนาคม 2567 วงเงิน 300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6.55 % ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
- หุ้นกู้ชุดที่ 2/2565 ครบกำหนดชำระคืน 10 มิถุนายน 2567 วงเงิน 578.6 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
- หุ้นกู้ชุดที่ 3/2565 ครบกำหนดชำระคืน 20 ตุลาคม 2567 วงเงิน 400 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 7% กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
- หุ้นกู้ชุดที่ 4/2565 ครบกำหนดชำระคืน 11 พฤศจิกายน 2567 วงเงิน 800 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 7% กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
- หุ้นกู้ชุดที่ 1/2566 ครบกำหนดชำระคืน 24 กุมภาพันธ์ 2568 วงเงิน 525 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 7% กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสามเดือน
นอกจากนี้ JKN ยังมีหุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุน หรือที่เรียกว่าหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ซึ่งไม่มีกำหนดชำคืนอีก 1,015.30ล้านบาท เมื่อรวมจำนวนหุ้นกู้ทั้งหมดจะสูงถึง 4,218.9 ล้านบาท ซึ่งล่าสุด JKN ได้ส่งหนังสือแจ้ง ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ สถาบันการเงิน คู่ค้า เจ้าหนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,939 วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566






