
BCP ตั้งบริษัทย่อย "ROSE" บริหารธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน "บางจาก-เอสโซ่"
"บางจาก-เอสโซ่" ตั้งบริษัทย่อย "บจก.รีไฟเนอรี่ ออฟติไมซ์เซชั่น แอนด์ ซินเนอร์ยี่ เอนเตอร์ไพรส์ หรือ ROSE "ถือหุ้นฝ่ายละ 50:50 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อจัดทำแผนและบริหารงานธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ให้เกิดประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน
บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น ( BCP) และ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) ( ESSO ) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่าได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ ชื่อบริษัท รีไฟเนอร์รี่ ออฟติไมซ์เซชั่น แอนด์ ซินเนอร์ยี่ เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด หรือ "ROSE"
การจัดตั้งบริษัทฯ ดังกล่าว เพื่อจัดทำแผนและให้บริการบริหารงานธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของบมจ.บางจาก ฯ และบมจ.เอสโซ่ ฯ ให้เกิดประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สูงสุด และเกิดความเป็นธรรมโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยครอบคลุมกระบวนการจัดหา แผนการผลิต แผนการขนส่ง บริหารความเสี่ยงด้านราคา บริหารการขายและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมัน
โครงสร้างผู้ถือหุ้น "บริษัท ROSE" มี บมจ.บางจาก และบมจ. เอสโซ่ ถือหุ้นฝ่ายละ 50% ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท (อนึ่ง บมจ.เอสโซ่ เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ บมจ.บางจาก ถือหุ้นสัดส่วน 65.99% ของหุ้นทั้งหมด )
คณะกรรมการบริษัท ROSE ประกอบด้วย ตัวแทนของ บริษัท บางจาก และ บริษัท เอสไซ่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- 1.นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานกรรมการ ( กรรมการอิสระจากภายนอก )
- 2.นายธรรมรัตน์ ประยูรสุข กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยบมจ.บางจาก
- 3.นางสาวกิตติมา วงศ์แสน กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยบริษัท บางจาก
- 4. นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยบริษัท เอสโซ่
- 5.นายวรากร โกศลพิศิษฐ์กุล กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยบริษัท เอสโซ่
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : บริษัท ROSE เป็นผู้ให้บริการสนับสนุนด้านบริหารงาน (Shared Service) สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและให้คำแนะนำในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทบางจาก และบริษัท เอสโซ่ โดยมีขอบเขตการให้บริการหลักๆ ดังนี้
- 1. วางแผนการกลั่น โดยใช้ Single Linear Programming (Single LP) ในการ Optimize โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท บางจาก และบริษัท เอสโซ่
- 2. ผลจากการทำ Single LP จะใช้ในการคัดเลือกและจัดหาน้ำมันดิบ วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงการวางแผนการขนส่งที่เกี่ยวข้อง
- 3. การวางแผนการผลิตของแต่ละโรงกลั่น จะดำเนินการโดยผู้บริหารของแต่ละโรงกลั่น
- 4. ผลประโยชน์ (Synergy Benefit) ที่เกิดจากการทำ Single LP จะแบ่งระหว่างบริษัทบางจาก และบริษัท เอสโซ่ อย่างยุติธรรมและโปร่งใส
- 5.ให้คำแนะนำกับบริษัท บางจาก และบริษัท เอสโซ่ ในการบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Hedging) ตามสถานการณ์ตลาด






