thansettakij
thansettakij
บจ.mai ปี 65 กำไรสุทธิ 7,413 ล้าน ลดลง 23% เหตุบันทึกขาดทุน-ตั้งสำรอง

บจ.mai ปี 65 กำไรสุทธิ 7,413 ล้าน ลดลง 23% เหตุบันทึกขาดทุน-ตั้งสำรอง

18 มี.ค. 66 | 12:19 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 66 | 12:28 น.

บจ. mai ปี 2565 มียอดขายรวม 214,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% และมีกำไรสุทธิ 7,413 ล้านบาท ลดลง 23.0% เหตุบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าและตั้งสำรอง หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิเติบโต 6.1%

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 196 บริษัท คิดเป็น 96% จากทั้งหมด 204 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยปี 2565 พบ บจ. ที่รายงานกำไรสุทธิจำนวน 144 บริษัท คิดเป็น 73% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

 

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

ผลการดำเนินงานประจำปี 2565 ของ บจ. mai เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 214,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% ต้นทุนขาย 166,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 24.0% มาอยู่ที่ 22.3%

กำไรจากการดำเนินงาน 12,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% และมีกำไรสุทธิรวม 7,413 ล้านบาท ลดลง 23.0% เนื่องจากในปี 2565 มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าและการตั้งสำรองของหลาย บจ. ทั้งนี้หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว ปี 2565 บจ. mai มีกำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้น 6.1%

บจ.mai ปี 65 กำไรสุทธิ 7,413 ล้าน ลดลง 23% เหตุบันทึกขาดทุน-ตั้งสำรอง

“ปี 2565 บจ. ส่วนใหญ่มียอดขายเติบโต สอดคล้องกับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด COVID-19 โดยเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมียอดขายเพิ่มขึ้น ยกเว้นกลุ่มธุรกิจการเงิน แต่จากการปรับขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้อัตราการทำกำไรของ บจ. ลดลง

ทั้งนี้ มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตทั้งยอดขาย กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มเทคโนโลยี” 

 

บจ.mai ปี 65 กำไรสุทธิ 7,413 ล้าน ลดลง 23% เหตุบันทึกขาดทุน-ตั้งสำรอง

 

ในส่วนของฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 315,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากสิ้นปี 2564 และโครงสร้างเงินทุนรวมดีขึ้น โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.82 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 2564 ที่เท่ากับ 1.00 เท่า

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 204 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2565) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 537.53 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 525,534 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 3,613 ล้านบาทต่อวัน