
DTCENT เปิดซื้อขายวันแรก 2.90 บาท เหนือจอง 1.40%
DTCENT เปิดเทรดวันแรก 2.90 บาท เหนือจอง 1.40% จากราคาไอพีโอ 2.86 บาท ล่าสุด ( 10.48 น.) มูลค่าซื้อขายกว่า 1,037 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.65) ราคาหุ้น บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DTCENT เปิดซื้อขายวันแรก อยู่ระดับ 2.90 บาท โดย ณ เวลา 10:43 น. ราคายังเคลื่อนไหวในระดับเดิมที่ 2.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือบวก 1.40 % จากราคาไอพีโอ 2.86 บาท มูลค่าการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 1,037.75 ล้านบาท ราคาสูงสุดที่ระดับ 2.98 บาท และต่ำสุดที่ระดับ 2.80 บาท
นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (DTCENT) เปิดเผยว่า การที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ และมองเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคตได้อีกมาก ซึ่งภายหลังจากเข้าระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการลงทุนสร้างศูนย์บริหารจัดการและบริการข้อมูลยานพาหนะ (Vehicle Monitoring and Support Center) ประมาณ 70 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4 ปี 2566 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ ประมาณ 772.81 ล้านบาท
“ผมขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้การต้อนรับหุ้น DTCENT อย่างอบอุ่น โดยทีมผู้บริหารและพนักงานให้คำมั่นว่า จะทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และมั่นคง ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ภายหลังที่เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนแล้ว ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทฯ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ
พร้อมเดินหน้าในการพัฒนาธุรกิจจัดจำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์ติดตามรถ GPS Tracking, Mobile DVR และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ในรุ่นใหม่ๆ รวมถึงการออกแบบและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่เป็นของตนเอง และพัฒนา IoT Solution และระบบ AI เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ ได้คิดค้นแพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการชุมชนเมือง (Smart City Solutions) ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเทศบาลในการบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นโดยธุรกิจดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่ม ผลักดันการเติบโตก้าวเข้าสู่ New S-curve ได้ในอนาคต” นายทศพลกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนจะเข้าลงทุนในธุรกิจที่คล้ายคลึงและมีความเกี่ยวเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ รวมทั้ง เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ในรูปแบบการร่วมทุนกับพันธมิตรจากต่างประเทศอีกด้วย
นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (DTCENT) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทางบริษัทฯ ที่เปิดซื้อขายหุ้น DTCENT ได้อย่างน่าประทับใจ จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ การเป็นผู้ให้บริการระบบ GPS Tracking อันดับ 1 ในประเทศไทย มีทีมงานในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ได้เอง และด้วยทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ต่ออุตสาหกรรมมากว่า 25 ปี และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี และมั่นใจว่า จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว
“หุ้น DTCENT ถือเป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงิน โดยเฉพาะหากพิจารณาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำกว่า 1 เท่ามาโดยตลอด และอัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) ติดลบ 0.4-0.5 เท่า ซึ่งทำให้เป็นบริษัทฯ ที่มีสถานะ Net cash position และด้วยฐานะการเงินไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน และเงินที่ได้จากการไอพีโอในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร ซึ่งมีส่วนในการได้รับงานโครงการในระยะข้างหน้าอีกด้วย”
นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายกล่าวว่า การเปิดซื้อขายหุ้น DTCENT เป็นวันแรก ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากหลายปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนทั้ง การกำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ เป็นหุ้นไอพีโอที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นได้ และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของบริษัท ที่จะสามารถนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปต่อยอดธุรกิจ เพื่อผลักดันการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน
DTCENT เป็นผู้นำระบบติดตามยานพาหนะ GPS Tracking อันดับ 1 ในประเทศไทย (อ้างอิงจากข้อมูลกรมการขนส่งทางบกในเดือนมกราคม 2565 )
ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (2562-2564 ) บริษัทมีรายได้ 806 ล้านบาท , 636 ล้านบาท และ 585 ล้านบาท ตามลำดับ หดตัว CAGR เฉลี่ย 15% ต่อปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับมาตรการจำกัดการเดินทางในแต่ละจังหวัด ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมการขนส่งซึ่งเป็นลูกค้าหลักชะลอตัวลง
ขณะที่%GPM มีแนวโน้มลดลงสู่ 62.6%, 55.5% และ 49.1% ตามลำดับ จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ส่งผลให้ช่วงปี 2562-2564 มีกำไรสุทธิ 166 ล้านบาท 109 ล้านบาท และ 77 ล้านบาท หดตัว CAGR เฉลี่ย 32% ต่อปี
ส่วนช่วงงวด 9 เดือนปี 65 บริษัทมีรายได้และกำไรเท่ากับ 476 ล้านบาท +10% (YoY) และ 52 ล้านบาท -6.4% (YoY) โดยรายได้พลิกฟื้น YoYจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง แต่กำไรถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กำไรงวด 9 เดือนปี 65 คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปี 65 ที่ 106 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 2565-2566 คาดเติบโตเฉลี่ย CAGR 46% ต่อปี สู่ 106 ล้านบาท และ 165 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเติบโตจาก
- 1) ธุรกิจ GPS Tracking ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง
- 2) รายได้จากกลุ่มบริษัทย่อยที่จำหน่าย Software และ Application ใหม่ปีนี้ และ
- 3) กลุ่มงาน IoT Solution ของภาครัฐ เริ่มเปิดประมูลมากขึ้น
ทั้งนี้ ราคา IPO 2.86 บาท (PE Ratio 46.78 เท่า) จำนวนหุ้น IPO 305 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนราว 870 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้
- 1) สำหรับลงทุนสร้างศูนย์บริหารจัดการและบริการข้อมูลยานพาหนะ
- 2) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
ด้านบริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก (เป็นผู้ร่วมจัดจ่าหน่ายหุ้น IPO) ประเมินบมจ. ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ (DTCENT) โดยให้ราคาเหมาะสม 3.30 บาท จากราคา IPO 2.86 บาท (PE Ratio 46.78 เท่า)







