thansettakij
thansettakij
ธอส.โชว์ไตรมาสแรก ปล่อยสินเชื่อบ้านพุ่ง 5 หมื่นล้าน เคลื่อนภาคอสังหา

ธอส.โชว์ไตรมาสแรก ปล่อยสินเชื่อบ้านพุ่ง 5 หมื่นล้าน เคลื่อนภาคอสังหา

27 เม.ย. 69 | 09:38 น.
อัปเดตล่าสุด :27 เม.ย. 69 | 09:44 น.

ธอส. โชว์ไตรมาสแรก ปล่อยสินเชื่อบ้านพุ่ง 5 หมื่นล้านบาท กระตุ้นภาคอสังหา หนุนนโยบายรัฐออกสินเชื่อประหยัดพลังงาน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1% พลุยยกระดับ Digital Data AI

นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ยังคงบทบาทการเป็นสถาบันการเงินของรัฐในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย และเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (มกราคม – มีนาคม 2569) สามารถปล่อยได้ 50,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 24,395 ราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 103,885 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.31% (ไตรมาส 1/2568 มี NPL อยู่ที่ 5.77%)

ทั้งนี้ เป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568  มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,900,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52% มีสินทรัพย์รวม 2,057,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% เงินฝากรวม 1,805,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54%

ขณะที่การตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 158,373 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 152.45% สะท้อนถึงความมั่นคง พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.50% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%

นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

“นอกจากการดำเนินงานตามภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว อีกบทบาท ธอส. พร้อมเป็นผู้พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อใหม่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ในปี 2569  โดยได้ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะสมกับลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย”

นอกจากนี้ ธอส. ให้ความสำคัญกับการดูแล ช่วยเหลือลูกค้าลดภาระค่าครองชีพ โดยเตรียมกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระเงินงวดลดลง ผ่านมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC4) โดยปัจจุบันมีลูกค้าได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการต่าง ๆ แล้วกว่า 32,858 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 37,204.66 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธอส. ยังเดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน จึงได้จัดทำสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Roof หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในระยะยาว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธอส. ยังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มมีบ้านเป็นของตนเองได้มากขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมทั้งช่วยรักษาบ้านให้คนไทยได้อย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ 5 Strategic Pillars โดยนำเทคโนโลยี Digital Data และ AI ยกระดับกระบวนการทำงานและพัฒนาการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์

ขณะเดียวกัน ธอส. ได้ร่วมมือกับกรมบังคับคดี เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร NPL แบบครบวงจร ด้วยการบูรณาการฐานข้อมูลและกระบวนการขายทอดตลาดผ่านระบบร่วมกัน ปัจจุบันสามารถจำหน่ายทรัพย์ภายใต้โครงการดังกล่าวรวมกว่า 2,500 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้ง ธอส. ยังยกระดับโครงการ NPL Recovery ระยะที่ 2