
สินเชื่อ 11 แบงก์ 9 เดือนวูบ2.72แสนล้าน "กรุงศรี-ทีทีบี-กสิกร" นำทีมลด
เปิดตัวเลขสินเชื่อ 11 แบงก์ไทย 9 เดือน วูบ 2.72 แสนล้าน "กรุงศรี-ทีทีบี-กสิกร" นำทีมลด "ซีไอเอ็มบี-SCB-แลนด์แอนด์เฮ้าส์" โต
สินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 หดตัวลง 272,355 ล้านบาท หรือ -1.87% จากสิ้นปี 2566 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้าและความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร โดย 8 จาก 11 ธนาคารมีสินเชื่อหดตัว
"ฐานเศรษฐกิจ"ตรวจสอบ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ของธนาคารพาณิชย์ไทยทั้ง 11 แห่งที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) พบว่า ในช่วง 9 เดือน 2567 ที่ผ่านมามี 7 ธนาคารที่สินเชื่อลดลง เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 เรียงตามมูลค่าที่ลดลง ดังนี้
กลุ่มธนาคารที่สินเชื่อลดลง(เรียงตามมูลค่าที่ลดลง):
1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)
- ลดลง 90,268 ล้านบาท (-4.5%)
- สินเชื่อคงเหลือ 1,926,936 ล้านบาท จาก 2,017,204 ล้านบาท
2. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)
- ลดลง 71,906 ล้านบาท (-5.6%)
- สินเชื่อคงเหลือ 1,201,230 ล้านบาท จาก 1,273,136 ล้านบาท
3. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
- ลดลง 56,785 ล้านบาท (-2.28%)
- สินเชื่อคงเหลือ 2,433,613 ล้านบาท จาก 2,490,398 ล้านบาท
4. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
- ลดลง 33,267 ล้านบาท (-1.2%)
- สินเชื่อคงเหลือ 2,638,697 ล้านบาท จาก 2,671,964 ล้านบาท
5. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)
- ลดลง 25,265 ล้านบาท (-6.6%)
- สินเชื่อคงเหลือ 359,560 ล้านบาท จาก 384,825 ล้านบาท
6. ธนาคารกรุงไทย (KTB)
-
ลดลง 12,366 ล้านบาท (-0.5%)
- สินเชื่อคงเหลือ 2,564,765 ล้านบาท จาก 2,577,131 ล้านบาท
7. ธนาคารทิสโก้ (TISCO)
- ลดลง 4,867 ล้านบาท (-2.1%)
- สินเชื่อคงเหลือ 229,948 ล้านบาท จาก 234,815 ล้านบาท
กลุ่มสินเชื่อเพิ่มขึ้น (เรียงตามมูลค่าที่เพิ่มขึ้น):
1. ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT)
- เพิ่มขึ้น 13,448 ล้านบาท (+9.3%%)
- สินเชื่อคงเหลือ 157,604 ล้านบาท จาก 144,156 ล้านบาท
2. ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT)
- เพิ่มขึ้น 8,265 ล้านบาท (+3.43%)
- สินเชื่อคงเหลือ 249,366 ล้านบาท จาก 241,101 ล้านบาท
3.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBX)
- เพิ่มขึ้น 7,930 ล้านบาท (+0.3%)
- สินเชื่อคงเหลือ 2,434,493 ล้านบาท จาก 2,426,563 ล้านบาท
4. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHFG)
- เพิ่มขึ้น 7,176 ล้านบาท (+3.1%)
- สินเชื่อคงเหลือ 235,873 ล้านบาท จาก 228,698 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มีอัตราการหดตัวสูงที่สุดที่ -6.6% ขณะที่ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ +3.43%
เมื่อพิจารณาจาก 5 ธนาคารขนาดใหญ่ (BBL, KTB, SCBX, KBANK, BAY) มีสินเชื่อรวมกันกว่า 12 ล้านล้านบาท คิดเป็นกว่า 84% มูลค่าสินเชื่อที่ลดลงรวม 272,355 ล้านบาท มาจากการลดลงของ BAY, TTB และ KBANK รวมกันถึง 218,959 ล้านบาท หรือคิดเป็น 80% ของยอดลดลงทั้งระบบ
สาเหตุหลักที่ทำให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยลด
เมื่อพิจารณาจากเหตุผลประกอบรายงานผลประกอบการของ 11 ธนาคารพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยหดตัว มาจาก ปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่และความท้าทายจากการขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ ธนาคารยังเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อรายใหม่มากขึ้น เน้นการเติบโตอย่างระมัดระวังและมีคุณภาพ
ผลกระทบต่อกลุ่มสินเชื่อหลัก
สินเชื่อรายย่อยได้รับผลกระทบชัดเจน โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่หดตัวมาก สะท้อนจากข้อมูล KKP ที่สินเชื่อเช่าซื้อลดลง 8.5% ขณะที่สินเชื่อบุคคลชะลอตัว ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับบนที่ยังเติบโตได้
ด้านสินเชื่อธุรกิจ SME ก็ได้รับผลกระทบหนัก โดย KKP รายงานสินเชื่อ SME หดตัว 5.4% และ SCBX รายงานสินเชื่อ SME ลดลง 2.3% ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ก็ชะลอตัวเช่นกัน โดย BAY รายงานสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง 2.9%
ภาพรวมการหดตัวของสินเชื่อสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ท่ามกลางความกังวลเรื่องคุณภาพสินเชื่อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มที่ หลายธนาคารเน้นการบริหารคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเติบโต และมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับ NPL ที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าธนาคารพาณิชย์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งจากปัจจัยภายนอก และการปรับตัวภายใน เกี่ยวกับนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและ SME ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด






