YLG แนะซื้อทองหลังราคายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์

30 พฤศจิกายน 2566

YLG แนะสายฟิวเจอร์สเปิดสถานะซื้อ หลังราคายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จากกรณีที่เฟดแสดงท่าทีสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย หนุนทองคำพุ่งสู่ New High ลุ้น 2,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ 

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ปรับขึ้นมาล่าสุด สามารถยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะมีจังหวะที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ระดับ 2,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ระดับ 2,078 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

โดยการปรับขึ้นของราคาทองคำเป็นการปรับตัวขึ้นรับสถานการณ์เงินเฟ้อที่เริ่มควบคุมได้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงท่าทีสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ทรงตัวในระดับสูงมานานพอสมควร ส่วนเงินเฟ้อเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายที่ 2% จึงมีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะผ่อนคลายลง

“จากถ้อยแถลงนี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงเช่นกัน และส่งผลดีต่อทองคำ ประกอบกันก่อนหน้านี้ราคาทองคำได้ย่อตัวไปพอสมควรทำให้เป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อสะสมรอรับเทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่ที่คาดว่าช่วงดอกเบี้ยขาลงใน 3-5 ปีข้างหน้า”

YLG แนะซื้อทองหลังราคายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์

สำหรับในระยะสั้นที่ราคาเริ่มปรับตัวขึ้นมาอาจจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง แต่ถ้าหากทองคำสามารถยืนเหนือ 2,018-2,032 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้ จะมีแรงซื้อเข้ามาทำให้เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน

ในส่วนของนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) ทั้งในไทยและต่างประเทศที่วายแอลจี เป็นผู้ให้บริการอยู่นั้น ทั้ง TFEX และตลาด  CME ซึ่งเป็นตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ สามารถลงทุนได้ในทุกบริการ เช่น  Precious Metal futures, Oil futures, Cryptocurrency futures, Forex futures

โดยในการลงทุนตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สนี้วายแอลจีแนะนำเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยใช้จุดตัดขาดทุนที่ 2,018 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

ทั้งนี้หากราคาทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน วายแอลจีประเมินว่าภายในไตรมาส 1/2567 มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำขึ้นไปแตะ 2,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศในระยะสั้นได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า 

มองว่าระยะสั้นจะเคลื่อนไหวในกรอบ แนวรับ 33,350-33,600 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านมองในโซน 34,100-34,400 บาทต่อบาททองคำ  (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 34.90 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2566เวลา 10.20น.) ผู้ที่ต้องการเข้าซื้อทองคำเพื่อสะสมแนะนำใช้จังหวะทองคำย่อที่ 33,350-33,600 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำรูปแบบลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งในไทยและต่างประเทศ วายแอลจีแนะนำบริการ เปิดบัญชี TFEX กับ YLG Futures รับส่วนลดพิเศษค่าคอมมิชชั่นลดสูงสุดที่ 80% บนแอปฯ Streaming ตั้งแต่สัญญาแรก โดยไม่มีขั้นต่ำ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2566