
อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้โอกาสลงทุน คาดตลาดหุ้นไทยสดใสไตรมาส 3
อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดหุ้นไทยสดใสไตรมาส 3-4 ชี้โอกาสการลงทุนช่วงหุ้นร่วง จับตาสัญญาณเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย แนะ 5 หุ้น Best of the best
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “จับสัญญาณหุ้นไทย 2023 : จัดพอร์ตอย่างไร ให้รอด” ในงานสัมมนา SET in the Rabbit Hole : หุ้นไทยปีกระต่าย 2023 จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ว่า การลงทุนในหุ้นไทย ปัจจัยภายนอกอาจจะยังไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ยังมีสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าเงิน การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน เงินทุนไหลเข้าไหลออก ภาพนี้จะอยู่กับเราต่อไป
ส่วนปัจจัยพื้นฐานของสถาบันการเงินไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปิดธนาคารสหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงไม่มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบ และขณะนี้เรามีความแข็งแกร่งทนพอความเสี่ยงที่จะเข้ามากระทบ แต่จะยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะทำให้หุ้นขึ้นแรงๆ ในช่วงนี้
ขณะที่เศรษฐกิจไทย มองว่ายังเติบโตได้ในปีนี้ ซึ่งยังมีความแข็งแรง จากอานิสงส์จีนเปิดประเทศ ซึ่งสบายใจได้ว่าเรายังแข็งแรงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกผันผวน อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการส่งออก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในประเทศใหญ่ๆ เติบโตไม่มาก ซึ่งจะทำให้การส่งออกชะลอตัว และอาจทำเศรษฐกิจเติบโตได้ไม่มาก
นายสุกิจ กล่าวว่า หากถามถึงโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ คงเป็นช่วงหลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ผ่านไปแล้ว แต่จะเริ่มเห็นผลดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป หรือในช่วงไตรมาส 3
สำหรับสาเหตุที่ต้องผ่านช่วงไตรมาส 1 ไปก่อนนั้น เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมา และช่วงต้นปีนี้ผลประกอบการไม่ดีมาก เพราะต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น จากสถานการณ์เงินเฟ้อ แต่ยังคาดว่ากำไรต่อหุ้นในปี 2566 นี้ จะโตได้ 12% ยังเป็นการเติบโตที่อยู่ในระดับปกติ
"ย้ำว่าปัจจัยพื้นฐานการเติบโตผลประกอบการของเรายังไปได้ ปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบ หุ้นอาจมีการปรับลงบ้าง แกว่งตัวบ้าง SET Index หลุด 1,600 จุดบ้าง แต่ไปได้"
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบเหตุการณ์การปิดธนาคารในสหรัฐ และยุโรป ตลาดหุ้นไทยร่วงลงกว่าในประเทศนั้น โดยร่วงถึง 5% ซึ่งจะเป็นโอกาส เพราะเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถานการณ์นี้เท่าไหร่ แม้จะยังมีความเสี่ยงที่รออยู่
แต่โอกาสหุ้นไทยยังมี คือ จังหวะที่ลงทุนและน่าซื้อ และอีกหนึ่งจุดที่ถือว่าเราได้อานิสงค์ คือ การรอจังหวะว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่ก็ยังรอต่อไป เพราะการประชุมแต่ละครั้งยังเปลี่ยนโทนไปเรื่อยๆ
ฉะนั้น หากประเมินแนวโน้มตลาดหุ้น ประเมินว่าตลาดการเงินโลกยังคงมีความเสี่ยงและเปราะบาง จากผลกระทบของวิกฤตธนาคารขนาดกลางสหรัฐ และธนาคารในยุโรปที่ยังคงต้องติดตามต่อไป รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวในไตรมาส 2 ของปีนี้
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป สะท้อนว่ายังคงให้น้ำหนักกับเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้รัฐบาลยังคงต้องเตรียมมาตรการอื่นๆ อีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดฯ ต่อไป เนื่องจากวิกฤตอาจกลับรุนแรงอีก
"ไตรมาส 1 กำลังจะจบ SET Index ลงไปอยู่ที่ 1,000-1,500 จุด พระอาทิตย์คงจะขึ้นไตรมาส 3 เทใจไปที่ช่วงครึ่งปีหลัง เพราะช่วงไตรมาส 2 ขอดูเงินเฟ้อ สถานการณ์ธนาคารอเมริกาว่าสรุปจะเอาอยู่หรือไม่ เพราะลักษณะของวิกฤตที่เกิดจากความไม่เชื่อมั่นเป็นเรื่องที่เปราะบาง แต่ไตรมาส 3-4 ก็มีโอกาส แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงหนัก คือ มาจากสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอย"
ทั้งนี้ หากแนะนำหุ้น Best of the best ได้คัดเลือก 5 หุ้นเด่นที่ดีสุดในบรรดา 27 หุ้นที่อยู่กายใต้การดูแล ซึ่งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ AU BBL BDMS CPALL GUIF ซึ่งมีจุดแข็งที่โดดเด่น คือ เป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรมของไทย กำไรอยู่ในทิศทางขาขึ้น Valuation ไม่แพง





