
ก.ล.ต. เปิดสถิติ Q3 NAV Thai ESG โต 52% บัญชีม้าดิจิทัลสะสม 64,460 บัญชี
ก.ล.ต. เผยตราสารหนี้ยั่งยืนไตรมาส 3 เสนอขาย 34,940 ล้านบาท โต 44.6% จากปีก่อน ขณะที่ NAV Thai ESG เพิ่ม 51.7% แตะ 72,330 ล้านบาท และ SRI Fund โต 37.2%
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. เผยข้อมูลไตรมาส 3 ปี 2569 กองทุน Thai ESG มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) เติบโตขึ้น 51.70% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 72,330 ล้านบาท
- การเติบโตของกองทุน Thai ESG ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การเพิ่มวงเงินลดหย่อน และลดระยะเวลาการลงทุน
- ยอดสะสมของบัญชีม้าในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกระงับ ณ สิ้นไตรมาส 3 มีจำนวนรวม 64,460 บัญชี เพิ่มขึ้น 35.15% จากสิ้นปี 2568
ก.ล.ต. เผยภาพรวมตลาดทุนไตรมาส 3/2569 พบการลงทุนยั่งยืนเติบโตต่อเนื่อง โดยตราสารหนี้ยั่งยืนมียอดเสนอขาย 34,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.62% จากปีก่อน ขณะที่ NAV กองทุน Thai ESG และ SRI Fund เพิ่มขึ้น 51.70% และ 37.18% ตามลำดับ ส่วนกองทุนรวมทั้งอุตสาหกรรมมี NAV 6.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.65% ด้านการระดมทุนมีการเสนอขายตราสารหนี้รวม 512,157 ล้านบาท ขณะที่บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลสะสมแตะ 64,460 บัญชี และสายด่วนแจ้งหลอกลงทุนได้รับแจ้งและให้คำปรึกษา 781 ครั้งในไตรมาสนี้ โดย ก.ล.ต. ย้ำเดินหน้าป้องกันภัยหลอกลงทุนและบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ลงทุนยั่งยืนขยายตัว
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยภาพรวมตลาดทุนไตรมาส 3 ปี 2569 ผลิตภัณฑ์ลงทุนยั่งยืนยังเติบโต ทั้งตราสารหนี้ภาคเอกชนและกองทุนรวม โดยกองทุน Thai ESG มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) เพิ่มขึ้นกว่า 51% จากปีก่อน ขณะที่ยอดสะสมบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลแตะ 64,460 บัญชี พร้อมเดินหน้าป้องกันภัยหลอกลงทุนและบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง
ตราสารหนี้ภาคเอกชนกลุ่มยั่งยืน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. มียอดเสนอขายรวม 34,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,780 ล้านบาท หรือ 44.62% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนการระดมทุนที่คำนึงถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ
ด้านกองทุนรวม Thai ESG มี NAV ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 อยู่ที่ 72,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24,652 ล้านบาท หรือ 51.70% จากปีก่อน ส่วนกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) มี NAV 148,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40,228 ล้านบาท หรือ 37.18% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
การเติบโตของ Thai ESG ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงปี 2567–2569 โดยเพิ่มวงเงินลดหย่อนจาก 100,000 บาทเป็น 300,000 บาท และลดระยะเวลาลงทุนจาก 8 ปีเหลือ 5 ปี ขณะที่ SRI Fund ได้รับแรงสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกองทุน Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2568 และ บลจ. ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารการลงทุนอย่างยั่งยืนมากขึ้น
ทั้งนี้ กองทุนรวมทั้งอุตสาหกรรมมี NAV ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 รวม 6.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 657,000 ล้านบาท หรือ 11.65% จาก 5.65 ล้านล้านบาทในปีก่อน
Q3 IPO 4 บริษัท ระดมทุนผ่านตราสารหนี้กว่า 5 แสนล้าน
ในส่วนการระดมทุน มีบริษัทได้รับอนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 4 บริษัท และมีบริษัทได้รับอนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) จำนวน 2 บริษัท คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 1,625 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน มีการเสนอขายตราสารหนี้รวม 512,157 ล้านบาท แบ่งเป็นการเสนอขายในประเทศ 483,976 ล้านบาท และเสนอขายต่างประเทศ 28,181 ล้านบาท
สายด่วนหลอกลงทุน 781 ครั้ง บล็อกช่องทางได้ครบตามที่ได้รับแจ้ง
ในช่วงวันที่ 1 มกราคม–30 กันยายน 2569 สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษารวม 781 ครั้ง แบ่งเป็นการให้คำปรึกษาประชาชน 695 ครั้ง ลดลง 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และการประสานปิดกั้นช่องทางหลอกลวง 86 ครั้ง ลดลง 87%
ทั้งนี้ จำนวนการแจ้งที่ลดลงเป็นผลจากการทำงานเชิงรุก ทั้งการให้คำปรึกษา การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันแก่ประชาชน ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสามารถปิดกั้นบัญชีหรือเพจที่ได้รับแจ้งได้ครบ 100% ภายในเวลา 7 นาทีถึง 48 ชั่วโมง
ประชาชนที่สงสัยหรือพบเบาะแสการหลอกลงทุนสามารถติดต่อ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต.” โทร. 1207 กด 22
ยอดบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลสะสมเพิ่ม 35%
สำหรับการระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 มียอดสะสม 64,460 บัญชี เพิ่มขึ้น 35.15% จาก 47,692 บัญชี ณ สิ้นปี 2568
ไตรมาส 3 ดำเนินคดี 6 คดี เปรียบเทียบปรับ 18.48 ล้าน
ด้านการบังคับใช้กฎหมายในไตรมาส 3 ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา 6 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษรวม 15 ราย และเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด 71 ราย รวมค่าปรับ 18.48 ล้านบาท
ส่วนมาตรการลงโทษทางแพ่ง มีผู้กระทำผิด 3 รายจาก 3 คดี ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการ โดยชำระค่าปรับรวม 5.61 ล้านบาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับรวม 3.69 ล้านบาท ซึ่งนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินแล้ว
สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการ ก.ล.ต. ขอให้พนักงานอัยการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง 24 ราย โดยขอให้ศาลสั่งใช้มาตรการลงโทษในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย คิดเป็นมูลค่ารวม 111.44 ล้านบาท







