
หุ้นไทยปิดภาคเช้ารีบาวด์ 0.35% ยืน 1,561.47 จุด จับตางบบริษัทจดทะเบียน
หุ้นไทยภาคเช้าฟื้น 5.38 จุด ปิด 1,561.47 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.65 หมื่นล้านบาท พายประเมิน SET แกว่ง 1,545–1,565 จุด แนะเกาะหุ้น Value ชู OSP-BH
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปิดที่ 1,561.47 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.38 จุด (+0.35%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.65 หมื่นล้านบาท
- นักลงทุนกำลังจับตาการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้น
- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,545 - 1,565 จุด และแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock) โดยชู OSP และ BH เป็นหุ้นเด่น
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 22 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index ปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 12:40 น. ที่ระดับ 1,561.47 จุด ฟื้นตัวขึ้นมาบวก 5.38 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.35% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,563.70 - 1,551.32 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 36,536.22 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KBANK ราคา 241.00 เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.26% มูลค่าซื้อขาย 3,025.02 ล้านบาท
- SCB ราคา 151.50 เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 3.06% มูลค่าซื้อขาย 2,705.97 ล้านบาท
- AOT ราคา 60.00 เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 3.00% มูลค่าซื้อขาย 2,402.49 ล้านบาท
- PTT ราคา 41.50 เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.84% มูลค่าซื้อขาย 2,280.94 ล้านบาท
- KTB ราคา 43.25 ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,890.17 ล้านบาท
หุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณบวก
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (22 ต.ค. 2569) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดบวก 360 จุด (+0.7%) ขณะที่ Nasdaq ก็ปิดบวกเช่นกันราว 1% จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ SPCX
ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.03% หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซีย อย่างไรก็ ดีราคาน้ำมัน WTI ปรับลงเนื่องจากการปรับลงของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ
ปัจจัยต่างประเทศ
นักลงทุนยังเน้นรอดูผลประกอบการเป็นหลัก ตัวไหนประกาศมา ดีกว่าคาดการณ์ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากในภาพใหญ่ยังขาดปัจจัยหนุน จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูงผสานกับ Bond Yield ที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเมื่อคืนที่ผ่านมาแต่สวนทางกับดอลลาร์ที่อ่อนค่า
ด้านผลประกอบการหลังตลาดปิด META ได้รายงานพบว่าพบว่าดีกว่า คาดการณ์ของตลาดและแนวโน้มดีต่อเนื่อง หนุนราคาหุ้น PRE OPEN 2.3% ตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้รอติดตามผู้ขอรับสวัสดิการ ว่างงาน Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2 แสนราย รวมถึงไตรมาส 3/2569 ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เช่น Bloom Energy
ปัจจัยในประเทศ
บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ทยอยประกาศผลประกอบการออกมาภาพ รวมพบว่ากำไรกลุ่มธนาคารลดลงเทียบกับปีก่อน SCB-11% BBL -31% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน KBANK -5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน มี KKP +43% รับปัจจัยหนุนเฉพาะตัวและมองเป็นหุ้นเด่น ทั้งนี้ SET วานนี้มีจังหวะปรับลง ช่วงเช้าแต่สามารถกลับมาปิดบวกได้และต่างชาติกลับมาซื้อมองเป็นสัญญาณบวก
สำหรับวันนี้ ทางฝ่ายประเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,545 - 1,565 จุด เช้านี้ Kospi-1% อาจกดดันบรรยากาศ เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นที่ Value Stock เช่นกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS BH PR9) กลุ่มเครื่องดื่ม (OSP) กลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN BJC) รวมถึง ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT ERW)
หุ้นเด่นแนะนำ
- OSP : คาดรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ที่ 911 ล้านบาท เติบโต 30% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และมีกำไรปกติ 851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่ลดลง 23% จากไตรมาสก่อน หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจากการรวมศูนย์การผลิต (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 20 บาท)
- BH : มองว่ารายได้รวมในไตรมาส 3/2569 จะเติบโต 3.0% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามเป้าหมายของผู้บริหาร แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2569 คาดจะย่อตัวจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล แต่เติบโตเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ยังเป็นขาขึ้น โดย BH เตรียมเปิดศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยในบังคลาเทศเข้ามารักษา (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 220 บาท)







