
GULF แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ยัน ‘ไทยคม’ คืนงานครบ ไร้ภาระจ่าย 1,250 ล้าน ปมสัมปทานดาวเทียม
GULF ร่อนหนังสือชี้แจง SET ยืนยัน “ไทยคม” ส่งมอบทรัพย์สินสัมปทานดาวเทียมคืนกระทรวง DE ครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 64 ย้ำปัจจุบันบริษัทยังไม่มีภาระผูกพันต้องชำระเงิน 1,250 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว พร้อมสู้คดีตามกฎหมายหากเข้าสู่ชั้นอนุญาโตตุลาการ
KEY
POINTS
- GULF ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันว่าไทยคมได้ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมคืนให้กระทรวงดีอีครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 2564
- บริษัทย้ำว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีภาระผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 1,250 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าว
- บริษัทประกาศความพร้อมที่จะใช้สิทธิต่อสู้ในชั้นอนุญาโตตุลาการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น หากมีการดำเนินการทางกฎหมายเกิดขึ้น
บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ส่งหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ โต้ข่าว ครม. อนุมัติกระทรวงดีอีฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายสัมปทานดาวเทียม ยืนยัน “ไทยคม” ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานและส่งมอบทรัพย์สินครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 2564 ย้ำปัจจุบันบริษัทยังไม่มีภาระผูกพันต้องจ่ายเงิน 1,250 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว ลั่นพร้อมใช้สิทธิต่อสู้ในชั้นอนุญาโตตุลาการเพื่อปกป้องประโยชน์ผู้ถือหุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ทำหนังสือแจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ดำเนินการทางกฎหมายกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ("ไทยคม") และ GULF ในประเด็นสัญญาสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยระบุว่าไทยคมส่งมอบทรัพย์สินไม่ครบถ้วนหลังสิ้นสุดสัมปทาน และอาจมีค่าปรับเป็นจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาท
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF ระบุในหนังสือชี้แจงว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ("อินทัช") และ ไทยคม เป็นคู่สัญญากับกระทรวงดีอีในสัญญาสัมปทานดังกล่าว โดยมีไทยคมทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในนามของอินทัช ซึ่งสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลา 30 ปีแล้ว และไทยคมได้ปฏิบัติตามสัญญาพร้อมส่งมอบทรัพย์สินภายใต้สัญญาสัมปทานคืนให้แก่กระทรวงดีอีโดยครบถ้วนแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564
สำหรับประเด็นการเข้ามารับผิดชอบของ GULF นั้น หนังสือชี้แจงระบุว่า เกิดขึ้นจากการที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการควบบริษัทกับ อินทัช เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 จนเกิดเป็นนิติบุคคลใหม่คือ "บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)" ซึ่งเป็นผู้รับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของอินทัชโดยผลของกฎหมาย อันทำให้ GULF เข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญาหรือคู่ความในกรณีพิพาทใด ๆ แทนอินทัช
GULF ยืนยันว่า ณ วันที่ทำหนังสือชี้แจง บริษัทยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการตามข่าวที่ปรากฏ และยังไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงดีอีแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หากมีการเริ่มต้นกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการในอนาคต บริษัทมีความพร้อมที่จะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องต่อไป.







