thansettakij
thansettakij
CPF ฟันกำไร 6 เดือนแรก 8,951 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.45 บาท/หุ้น แนวโน้มดีขึ้น

CPF กำไร 6 เดือนแรก 8,951 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.45 บาท/หุ้น แนวโน้มดีขึ้น

14 ส.ค. 69 | 10:38 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 10:52 น.

CPF เผยรายได้ 6 เดือนแรกปีนี้ 283,883 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,951 ล้านบาท จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น แนวโน้มครึ่งหลังดีขึ้นต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • CPF รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 283,883 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8,951 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าจากผลกระทบของราคาเนื้อสัตว์ที่ตกต่ำ
  • คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท
  • บริษัทคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากปริมาณเนื้อสัตว์ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลและราคาที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รายงานรายได้จากการขายสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 283,883 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการขายของกิจการในต่างประเทศ จำนวน 13 ประเทศ มีสัดส่วน 66% รายได้จากการขายจากกิจการประเทศไทย มีสัดส่วน 34% ของ รายได้จากการขายรวม และ กำไรสุทธิในส่วนของบริษัทจำนวน 8,951 ล้านบาท  โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็นร้อยละ 41% ของกำไรสุทธิรวม  

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาในหลายประเทศประสบกับภาวะเนื้อสัตว์เกินสมดุล รวมทั้งในบางประเทศประสบปัญหาโรคระบาดในการเลี้ยง ทำให้มีการเร่งขายเนื้อสัตว์ออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปีนี้ ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรที่ต่ำกว่าระดับของครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยในบางประเทศ ราคาเนื้อสัตว์ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงโดยเฉพาะในประเทศจีน รวมทั้งต้นทุนด้านการขนส่งและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่เป็นผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน

ด้วยภาวะดังกล่าวทำให้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.69) ของบริษัท อยู่ที่ 8,951 ล้านบาท ลดลงจากระดับเดียวกันจากปีก่อน แต่ยังอยู่ในระดับความสามารถในการทำกำไรในกรอบปกติของอุตสาหกรรม ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 15% และกำไรสุทธิที่ 3% 

สำหรับครึ่งปีหลังปีนี้ บริษัทเห็นแนวโน้มการปรับสมดุลของปริมาณเนื้อสัตว์ในหลายประเทศดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น จากระดับที่ค่อนข้างต่ำในครึ่งปีแรกนี้ ประกอบกับบริษัทให้ความสำคัญในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ การร่วมพัฒนาสินค้ากับลูกค้าและพันธมิตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ 

การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเกษตรอัจฉริยะ (AgriTech) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมไปกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรคู่ค้ารอบด้าน พื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงร่วมกันในระยะยาว จึงมองว่าผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และน่าจะอยู่ในระดับที่ดีกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา  

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็นการจ่ายปันผล 41% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 1 กันยายน 2569 (XD 31 สิงหาคม) และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายนนี้