thansettakij
thansettakij
CLICX ยังไม่พบสัญญาณเบี้ยวหนี้เป็นวงกว้าง เพราะยังไม่ถึงกำหนดชำระ

CLICX ยังไม่พบสัญญาณเบี้ยวหนี้เป็นวงกว้าง เหตุไม่ถึงกำหนดชำระ

04 ส.ค. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 69 | 07:08 น.

กระแส "สายบิด" ชวนเบี้ยวหนี้ CLICX สะเทือนธนาคารไร้สาขารายแรกของไทย แต่ยังไม่พบสัญญาณผิดนัดชำระหนี้เป็นวงกว้าง เหตุลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

KEY

POINTS

  • ประเด็นร้อน CLICX วงในแจ้งยังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ของธนาคาร CLICX เป็นวงกว้าง เนื่องจากเพิ่งเปิดให้บริการและลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกำหนดชำระงวดแรก
  • เกิดกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียหลังมีผู้ใช้บางส่วนที่ประวัติเครดิตไม่ดีได้รับอนุมัติสินเชื่อ และมีการชักชวนให้จงใจไม่ชำระหนี้
  • แหล่งข่าวชี้แจงว่า CLICX ยังมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวด โดยใช้ AI และข้อมูลทางเลือกเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงบริการทางการเงิน ไม่ใช่การปล่อยกู้โดยไม่ตรวจสอบ
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลการชำระหนี้ที่ชัดเจนขึ้น

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ "ธนาคาร CLICX (คลิกซ์)" ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรกของไทย ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง หลังมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนโพสต์ว่าได้รับอนุมัติสินเชื่อ ทั้งที่มีประวัติเครดิตไม่ดี พร้อมชักชวนกัน "บิดหนี้" หรือจงใจไม่ชำระหนี้ จนเกิดคำถามต่อระบบคัดกรองสินเชื่อและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลคลิกซ์ เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณว่าปัญหาดังกล่าวจะลุกลามเป็นการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง เนื่องจาก CLICX เพิ่งเปิดให้บริการสินเชื่อได้ประมาณ 1 เดือน และลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกำหนดชำระหนี้ จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบที่แท้จริง

แหล่งข่าวระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมภายใน 1-2 วัน หลังมีข้อมูลการชำระหนี้ที่ชัดเจนมากขึ้น

CLICX คืออะไร

CLICX เป็น ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรกของประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง 3 พันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งมีฐานลูกค้ารวมกันมากกว่า 50 ล้านราย

รูปแบบการให้บริการแตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม เพราะไม่มีสาขา ทุกธุรกรรมดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ตั้งแต่เปิดบัญชี ฝาก ถอน โอนเงิน ไปจนถึงการขอสินเชื่อ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการเพิ่ม Financial Inclusion หรือการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ

ระบบอนุมัติสินเชื่อของ CLICX ไม่ได้พิจารณาเฉพาะประวัติเครดิตแบบเดิม แต่ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ร่วมกับข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อประเมินความเสี่ยงของผู้กู้เป็นรายบุคคล

 

กระแสบิดหนี้ CLICX

 

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้กู้บางรายมีประวัติเครดิตไม่สมบูรณ์แต่ยังได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม หลังมีการเผยแพร่โพสต์ของผู้ใช้บางส่วนที่อ้างว่าได้รับวงเงินประมาณ 20,000 บาท ทั้งที่เคยผิดนัดชำระหนี้ และมีการชักชวนกัน "บิดหนี้"

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการเงินเตือนว่า แม้ CLICX จะเป็นธนาคารไร้สาขา แต่ยังคงเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย หนี้ทุกบาทเป็นหนี้ในระบบที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากผิดนัดชำระ อาจส่งผลให้ติดเครดิตบูโร ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง บังคับคดีและยึดทรัพย์ รวมถึงในกรณีที่จงใจให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงให้ได้รับสินเชื่อ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้

ยังไม่พบสัญญาณหนี้เสีย

แหล่งข่าวกล่าวกับฐานเศรษฐกิจว่า กระแสที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์อาจทำให้หลายฝ่ายเข้าใจว่า CLICX ปล่อยสินเชื่อโดยไม่คัดกรอง แต่ข้อเท็จจริงยังไม่เป็นเช่นนั้น

แหล่งข่าวอธิบายว่า เจตนารมณ์ของการจัดตั้ง Virtual Bank คือการแก้ปัญหา Financial Inclusion หรือช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ซึ่งรวมถึงผู้ที่อาจมีชื่อในประวัติเครดิตบางส่วน ไม่ใช่การเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้เข้าถึงเงินกู้โดยไม่มีการตรวจสอบ

"คนที่มีประวัติเครดิตไม่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิได้รับสินเชื่อ หากยังมีศักยภาพในการชำระหนี้ ระบบก็สามารถพิจารณาได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ Virtual Bank"

แหล่งข่าวยืนยันว่า CLICX ยังคงใช้ข้อมูลเครดิตบูโรประกอบการพิจารณา และดำเนินงานภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงมีกระบวนการคัดกรองผู้ขอสินเชื่ออย่างเข้มงวด ไม่ใช่อนุมัติสินเชื่อให้กับทุกคนที่ยื่นคำขอ

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าติดตามคุณภาพสินเชื่อและพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า

สำหรับกระแส "สายบิด" ที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย แหล่งข่าวมองว่า อาจเป็นเพียงผู้กู้บางรายที่พยายามสร้างกระแสในโลกออนไลน์ แต่ในภาพรวม ยังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้เป็นวงกว้าง เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกำหนดชำระหนี้งวดแรก

"ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าเกิดปัญหาหนี้เสียหรือไม่ เพราะเพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ 1 เดือน ยังไม่มีข้อมูลที่สะท้อนคุณภาพสินเชื่ออย่างแท้จริง"

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 1-2 วัน หลังมีข้อมูลการชำระหนี้ที่ครบถ้วนมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนและลดความสับสนที่เกิดขึ้นจากกระแสบนโลกออนไลน์