thansettakij
thansettakij
ราคาทองมีลุ้นนิวไฮ หลังจีนหันหนุนทองคำจริง ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งกว้านซื้อ

ราคาทองมีลุ้นนิวไฮ หลังจีนหันหนุนทองคำจริง ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งกว้านซื้อ

30 ก.ค. 69 | 09:06 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 09:19 น.

จีนสั่งเบรกทองคำกระดาษสะเทือนตลาด YLG ชี้จังหวะใหม่ ดันทองคำจริงพุ่งแรง หลังธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อ พร้อมมองยาวขาขึ้นยังไม่จบ

KEY

POINTS

  • จีนมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ยุติการเป็นตัวแทนซื้อขายทองคำกระดาษ เพื่อผลักดันให้นักลงทุนรายย่อยหันมาลงทุนในทองคำแท่งจริง ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการที่แท้จริงเพิ่มสูงขึ้น
  • ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งซื้อทองคำสะสมเข้าเป็นทุนสำรองในปริมาณสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง
  • จากความต้องการทองคำจริงที่เพิ่มขึ้นทั้งจากฝั่งจีนและธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้มีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำในระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีนอย่างน้อย 7 แห่ง ยุติการทำหน้าที่ตัวแทนให้ลูกค้าบุคคลธรรมดา เข้าซื้อขายผลิตภัณฑ์โลหะมีค่าบน Shanghai Gold Exchange (SGE) ทั้ง Paper Gold ได้แก่ Spot ทองคำ และ Deferred ทองคำ ที่มี Leverage รวมไปถึง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแร่เงินที่มีการส่งมอบทีหลัง และ Spot แพลทินัม ด้วยเช่นกัน 

ด้วยเหตุผลเชิงนโยบายที่รัฐบาลจีนต้องการลดความเสี่ยงจากระบบการเงิน (Systemic Risk) ป้องกันการเก็งกำไรเกินตัว (Speculation) และต้องการดึงสภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบทองคำแท่งจริง (Physical Assets) เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยและนักเก็งกำไรในจีนจำต้องปิดสถานะของทองคำกระดาษในวันดังกล่าว จึงมีส่วนให้ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวผันผวนเล็กน้อยในระยะสั้น

ราคาทองมีลุ้นนิวไฮ หลังจีนหันหนุนทองคำจริง ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งกว้านซื้อ

 

อย่างไรก็ดี นโยบายดังกล่าวอาจไม่ได้มีผลต่อตลาดมากอย่างที่คิด ด้วยหลายเหตุผล ประกอบด้วย

  • ปริมาณการซื้อขายผ่านตัวแทน คิดเป็นเพียง 4.88% ของทองคำบน SGE ตามข้อมูล Fact Sheet เดือนมิถุนายน
  • ฐานลูกค้าอยู่ในภาวะชะลอการขยายธุรกิจใหม่เพื่อทยอยปิดสัญญางานเดิมมา 6 ปี  บัญชีรายย่อยใหม่ที่เชื่อมกับ SGE ถูกหยุดเปิดตั้งแต่ปลายปี 2020 สิ่งที่เหลืออยู่คือ สถานะคงค้างที่ลดลงต่อเนื่อง
  • ตลาดมีเวลาซึมซับและปรับตัวก่อนถึงเส้นตายหนึ่งเดือนเต็ม  หลังมีประกาศออกมาตั้งแต่วันที่ 24–30 มิ.ย. 
  • มีกรณีเทียบเคียง คือ การยุติผลิตภัณฑ์น้ำมันรายย่อยของธนาคารจีน หลังวิกฤตปี 2020 ไม่ได้ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นผลพลอยได้ของราคา ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคา

และยิ่งไปกว่านั้น จีนกลับผ่อนคลายเกณฑ์ของแผนสะสมทองคำระยะยาว  บ่งชี้ว่าเป้าหมายเชิงนโยบายคือการเปลี่ยนพฤติกรรมรายย่อยจากเก็งกำไร ไปสู่การออม ดังนั้น เมื่อไม่มีทองคำกระดาษมาสร้างสภาพคล่องเทียม ความต้องการ (Demand) ทั้งหมดจะถูกบีบให้วิ่งเข้าหาทองคำจริง ส่งผลให้ราคาในระยะยาวพุ่งทะยาน ตามกฎ Demand & Supply เมื่อ Supply มีจำกัดอย่างแท้จริง แต่ Demand ทั่วโลกยังสูง โดยเฉพาะความต้องการจากฝั่งธนาคารกลาง  ดังนั้น ราคาทองคำในระยะยาวจึงจะ ยั่งยืนและสร้างนิวไฮอย่างมีเสถียรภาพ 

ธนาคารทั่วโลกกว้านซื้อทองคำ

นอกจากนี้ ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดทองคำ เช่น ธนาคารกลางทั่วโลก  ล่าสุดสภาทองคำโลก (WGC) ระบุข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี ว่าธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อทองคำเก็บสะสมเฉลี่ยสูงถึง 1,000 ตันต่อปี ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยอยู่แค่ 500 ตันต่อปี  การเร่งสะสมทองคำอย่างดุเดือดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง  อีกทั้งธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 89% เชื่อว่าปริมาณทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น อีกใน 12 เดือนข้างหน้า  ข้อมูลเหล่านี้สะท้อน Demand ที่แข็งแกร่ง ทำให้มองว่าระยะยาวทองคำจะยังไปต่อ

ขณะเดียวกันศุลกากรจีนรายงานตัวเลขการนำเข้าทองคำเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จำนวนประมาณ 173 ตัน สูงสุดในรอบ 2 ปี และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3  ซึ่งแรงซื้อดังกล่าวมาจากปัจจัยหนุนช่วงราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลง ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อได้ในราคาต่ำ รวมถึงช่วงดังกล่าวค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าลดลงและสะท้อนความต้องการทองคำที่ยังแข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้น วายแอลจีประเมินยังอยู่ในรอบของการปรับฐาน โดยมีแนวรับที่น่าสนใจอยู่ที่ 3,960 และ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อปรับฐานเสร็จสิ้นแล้ว ในระยะกลางลุ้นกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง ลุ้นดีดทดสอบแนวต้าน 4,400 และ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนระยะยาวมองว่ายังสามารถไปต่อได้อีก 16 ปี จนกว่าจะครบรอบในเชิง Elliott Wave Supercycle