
หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 31 จุด หลุด 1,600 DELTA ดิ่ง 6.32% ฉุดตลาด
ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าทรุดแตะ 1,588 จุด ก่อนปิดที่ 1,593.03 จุด โบรกเตือนมูลค่าหุ้นไทยเริ่มไม่ถูก แนะเน้น Trading พลังงานและแบงก์
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวลดลง 31.44 จุด ปิดที่ระดับ 1,593.03 จุด ซึ่งต่ำกว่าแนวรับ 1,600 จุด
- หุ้น DELTA เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนี โดยราคาปรับตัวลดลงถึง 6.32% หรือ 18.00 บาท
- การร่วงลงของตลาดได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้น DELTA
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 30 กรกฎาคม 2569 ดัชนี SET Index ปิดพักการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 12:42 น. ที่ระดับ 1,593.03 จุด ลดลง 31.44 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.94% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,616.06-1,588.48 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 66,485.80 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 267.00 บาท ลดลง 18.00 บาท หรือ 6.32% มูลค่าซื้อขาย 5,669.91 ล้านบาท
- TRUE ราคา 14.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.16% มูลค่าซื้อขาย 4,771.72 ล้านบาท
- KBANK ราคา 240.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.83% มูลค่าซื้อขาย 3,649.33 ล้านบาท
- GULF ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 3,649.33 ล้านบาท
- PTT ราคา 38.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขาย 3,056.95 ล้านบาท
หุ้นไทยมีโอกาส Outperform
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (30 ก.ค. 69) ว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่นิ่งผสานกับ TECH (Semi) ยังผันผวน แต่เชื่อหุ้นไทยมีโอกาส Outperform
สาเหตุจากได้ประโยชน์ตามราคาพลังงานและเกิดการ Rotate จาก Tech มา Valueซึ่งได้ประโยชน์อีกเช่นกัน Top Pick Energy (PTT PTTEP) ขณะที่ MSFT รายงานกำไรเด่น FCF ยังเป็น + ดีต่อ MSFT 03 (PRE OPEN +9%)
จับตาเดือน ก.ย. มีโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 57%
โดย DJIA เมื่อคืนปิดลบ 1153 จุด (-2.2%) เผชิญหลายแรงกดดันทั้งการปรับลงของหุ้น Semiconductorพร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อตามน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นแรง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 7.9% ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงมากขึ้นจะกดดันอุปทาน คืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE)และ GDP คาดการณ์ไว้ที่ 0.2% จากเดือนก่อนหน้า , 2.1% ตามลำดับ
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงผันผวนเผชิญหลายแรงกดดันเช่นกันการปรับลงของหุ้นเทคโนโลยีรวมไปถึงสถานการณ์ที่ยังรุนแรงในตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนฟื้นตัวแรงสำหรับผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยตามที่ตลาดประเมินไว้ถ้อยแถลงภายในระบุว่ายังเน้นกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และการลงทุนของ AI หนุนภาคผลิต
ล่าสุด CME FED Watch ยังเชื่อว่าการประชุมเดือนกันยายนมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 57% และขึ้นอีกครั้งเดือน มี.ค. 2570 แต่ทั้งหมดอาจปรับเปลี่ยนได้กรณีที่เงินเฟ้อลดลงหรือแรงงานย่ำแย่ และภายหลังตลาดปิดพบว่า MSFT รายงานกำไรดีกว่าคาดกาณ์หนุนหุ้น PRE OPEN +8.8%
หุ้นไทยเผชิญแรงกดดันหุ้นเทค
สำหรับตลาดหุ้นไทยอาจได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลงผ่านหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีมีความผันผวนมักเห็นหุ้นในกลุ่มคุณค่าปรับขึ้นเด่น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนุนหุ้นไทยเช่นกันแต่หุ้นไทยอาจเผชิญแรงกดดันกลุ่มเทคโนโลยี อย่างเมื่อคืนหุ้นสหรัฐฯ พบว่ากลุ่มพลังงานปรับขึ้นพร้อมกับค้าปลีกและกลุ่มบริโภคอย่าง KO +0.9%
วันนี้ประเมิน SET INDEX กรอบ 1,600 – 1,640 จุด อาจเผชิญแรงกดดันจาก TECH (DELTA) แต่น่าจะได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและอื่นๆ กลยุทธ์การลงทุนแม้มีปัจจัยหนุนแต่ Valuation หุ้นไทยเริ่มไม่ถูกจึงเน้น Trading ที่ใช้ปริมาณเงินไม่มาก เน้นที่พลังงาน (PTTEP PTT PTTGC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KKP) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO)
หุ้นแนะนำ
- SYNEX : เริ่มต้นบทวิเคราะห์ SYNEX ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 11.10 บาท ประเมินด้วยวิธี PE Multiple อิงจาก 11เท่า PE’26E (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 11.10 บาท)
- HMPRO : ทิศทางกำไรที่มีแนวโน้มกลับมาโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากสินค้า House brands (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท)







