thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยร่วงกว่า 10 จุด แบงก์กดดัชนี กูรูชี้จับตา Alphabet-สงครามตะวันออกกลาง

หุ้นไทยร่วงกว่า 10 จุด แบงก์กดดัชนี กูรูชี้จับตา Alphabet-สงครามตะวันออกกลาง

22 ก.ค. 69 | 04:22 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 04:52 น.

หุ้นไทยร่วงกว่า 10 จุด หลังแรงขายหุ้นแบงก์กดดัชนี แม้ตลาดโลกได้แรงหนุนหุ้นชิป พายแนะจับตางบ Alphabet-ราคาน้ำมัน พร้อมคัด HMPRO และ TU เป็นหุ้นเด่นรับครึ่งปีหลัง

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 10 จุด โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นปัจจัยกดดันหลัก
  • นักวิเคราะห์ชี้ว่านักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด
  • ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามคือการประกาศผลประกอบการของบริษัท Alphabet ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อทิศทางการลงทุน

วันที่ 22 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:04 น. ที่ระดับ 1,642.41 จุด ลดลง 10.56 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.64% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,655.74 - 1,638.76 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 47,072.08 ล้านบาท 

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • BBL ราคา 187.50 บาท ลดลง 12.50 บาท หรือ 6.25% มูลค่าซื้อขาย 6,734.99 ล้านบาท
  • SCB ราคา 150.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 3.23% มูลค่าซื้อขาย 4,922.33 ล้านบาท
  • PTTGC ราคา 39.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 5.33% มูลค่าซื้อขาย 2,385.06 ล้านบาท
  • KTB ราคา 41.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.94% มูลค่าซื้อขาย 2,364.07 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 232.00 บาท ลดลง 3.00  บาท หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขาย 2,343.90 ล้านบาท

ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักลงทุน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (22 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดบวก 385 จุด (+0.74%) ขณะที่ Nasdaq บวก แข็งแกร่ง (+1.3%) เนื่องจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปตลาดเริ่มกลับมาเก็งกำไรผลประกอบการ

ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิด บวก 2% จากความกังวลในตะวันออกกลางอาจรุนแรงมากขึ้น (MU+12% SNDK +14% DELL +5.8%)

ตลาดอยู่ในช่วงช่างน้ำหนักระหว่างผลประกอบการกับสงคราม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่นิ่งและไร้วี่แววเจรจาที่มีนัยยะ แต่อีกฝั่งนึงก็พบว่าผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดีหลังเห็นสัญญาณกำไรกลุ่มต้นน้ำขยายตัวดี TSMC ASML จึงเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามาใน Semiconductor

ทั้งนี้ คืนนี้รอติดตาม ผลประกอบการ ALPHABET ยักษ์ใหญ่ของ Hyperscalers ว่าจะมีทิศทาง CAPEX , การเติบโตเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้การเร่งขึ้น ของ US Bond Yield ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดผันผวน ความเห็นล่าสุดของตลาดก็ยังเชื่อว่าจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้และปีหน้า ราคาน้ำมันจากนี้จึงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย

แบงก์กำไรเด่นหนุน

ขณะที่ปัจจัยในประเทศนั้น กลุ่มธนาคารทยอยประกาศกำไรตัวที่โดดเด่นได้แก่ KKP KBANK TTB กำไรลดลงเทียบปีก่อนได้แก่ BBL SCB แต่ทั้งนี้หุ้นหลาย BANK บางตัวปรับขึ้นมาเกินกว่า 1PBV (SCB) พร้อม กับกำไรที่ไม่โดดเด่น (-13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) จึงอาจระมัดระวัง

ขณะที่วานนี้ เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 472 ล้านบาทนับเป็น ครั้งแรกในรอบ 13 วันทำการ จึงเริ่มมองเห็นถึงความเสี่ยงบ้าง

วันนี้ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวกรอบ 1,645 – 1,670 จุด เช้านี้ KOSPI ผลงานเด่น +5.8% อาจ Rotate มาที่ TECH (DELTA) กลยุทธ์ ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation หุ้นแนะนำได้แก่ กลุ่มส่งออก (ITC TU) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) นิคมฯ (AMATA WHA) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) การเงิน (MTC)

หุ้นแนะนำ

  • HMPRO : ทิศทางกำไรที่มีแนวโน้มกลับมาโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากสินค้า House brands (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท)
  • TU : ปัจจัยบวกจากผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจากในไตรมาส 1/2569 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7% (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 15.00 บาท)