
หุ้นไทยเปิดร่วง 12 จุด รับแรงขายหุ้นใหญ่ จับตางบ Q2-กนง. ชี้ทิศทางตลาด
เช้านี้ SET Index เปิดลบ 12 จุด นักลงทุนรอดูงบไตรมาส 2/69 หลังหุ้นเทคโลกเผชิญแรงขาย ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ โบรกแนะเพิ่มเงินสด เลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันอ่อนตัว
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลงกว่า 12 จุด โดยมีแรงเทขายในหุ้นขนาดใหญ่เป็นปัจจัยกดดันหลัก
- นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 2/69
- การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะเกิดขึ้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามองเพื่อชี้ทิศทางดัชนี
23 มิ.ย. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:32 น. ที่ระดับ 1,561.80 จุด ลดลง 12.33 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.78% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,569.78 - 1,558.07 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 47,183.95 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 61.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.41% มูลค่าซื้อขาย 6,084.20 ล้านบาท
- DELTA ราคา 326.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 2.69% มูลค่าซื้อขาย 1,891.18 ล้านบาท
- KBANK ราคา 209.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.48% มูลค่าซื้อขาย 869.42 ล้านบาท
- AOT ราคา 58.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 832.10 ล้านบาท
- BBL ราคา 179.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.56% มูลค่าซื้อขาย 750.63 ล้านบาท
ดัชนีแกว่งรองบ Q2/69
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลงต่อเนื่องเริ่มไม่เป็นผลอะไรมากกับตลาดแล้ว สะท้อนว่าตลาดไม่ได้สนใจปัจจัยสงคราม แต่หันไปดูกับทิศทางผลประกอบการไตรมาส 2/2569
เมื่อคืน Hyperscalers ปรับลงแรง (GOOGL -5% AMZ -4.8% META -2.3%) ตลาดอาจกลับมามีคำถามเกี่ยวกับ ROIC แต่ Semiconductor ยังตอบรับเชิงบวก ในประเทศนักลงทุนรอดูประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยแต่ขณะเดียวกันเห็น Flow ต่างชาติเข้าต่อเนื่อง มองแบงก์เป็นเป้าหมาย กลยุทธ์การลงทุนเลือกหุ้นได้ประโยชน์น้ำมันลง เช่น การเงิน สายการบิน โรงไฟฟ้า
ทั้งนี้ DJIA เมื่อคืนปิดบวก 148 จุด (+0.3%) ได้แรงหนุนจากกลุ่มการแพทย์และอุตสาหกรรมแต่ Nasdaq ปิดแดนลบถูกกดดันจากหุ้นกลุ่ม Tech ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 3.3% หลังจากที่ JD Vance ระบุเจรจากับอิหร่านคืบหน้าดีประกอบกับสหรัฐฯ ได้ อนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้ชั่วคราว
เมื่อคืนกลุ่ม Hyperscalers ปรับลงแรงไม่ว่าจะเป็น GOOGL MSFT META AMZ แต่เงินย้ายเข้าไปยังกลุ่ม Semiconductor (MU+6.8% SNDK +4%) ประเมินนักลงทุนบางส่วนอาจเริ่มไม่มั่นใจกับทิศทางผลประกอบการว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะกลับมาเป็นกำไรได้มากน้อยเพียงใด เพราะกำลังเข้าใกล้ช่วงประกาศกำไไตรมาส 2/2569
ระยะสั้นจึงอาจ Wait & See รอดูสถานการณ์นอก จากนี้คาดการณ์กันว่าบางบริษัทอาจลงทุนหนักจนถึงขั้นกระแส เงินสดอิสระติดลบ หากเป็นแบบนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งอาจเกิดการกู้หรือเพิ่มทุน โดยรอติดตามไตรมาส 2/2569 หากกำไรขยายตัวดีจะช่วยผ่อนคลายได้มากขึ้น ปัจจัยอื่นๆ เมื่อคืนไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใดๆ แต่ยังคงเห็นทิศทาง Yield 2 ปีขยับขึ้นแรง
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ
ในภาพใหญ่แต่กับตลาดหุ้นพบเห็นแรงซื้อต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ซื้อสุทธิ 2.5 พันล้านบาท กลุ่มที่ขยับเด่นได้แก่ธนาคารพาณิชย์ ประเมินเป็นเป้าหมายของต่างชาติส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากเงิน (นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน อินโด -4 พันล้านดอลลาร์ แต่ไทย +863 ล้านดอลลาร์) จากนี้รอดูประชุม กนง.และการส่งออก
สำหรับวันนี้ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวกรอบ 1,560 – 1,580 จุด เช้านี้ Kospi +0.45% แต่เงินบาทอ่อนค่าเกือบถึงระดับ 33 บาท (เป็นบวกกับส่งออก) กลยุทธ์การลงทุนยังเน้นเพิ่มการถือครองเงินสดบ้างเพราะว่า Valuation ที่ค่อนข้างสูง ส่วนหุ้น Trading ระยะสั้นเลือกกลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) สายการบิน (AAV BA) กลุ่ม โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) และค้าปลีก (CPALL CPN) เป็นต้น
หุ้นแนะนำ
- ITC : ทางผู้บริหารให้ข้อมูลว่าจะทำการเจรจาปรับราคากับลูกค้าได้ในช่วงปลายไตรมา 2/2569นี้ (ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท)
- SAWAD : ออกหุ้นกู้ชุดใหม่มูลค่ารวม 6 พันล้านบาท อายุ 3-7 ปี อัตราดอกเบี้ย2.85-3.65% ทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 100 bps ที่ราว 4-5% ทำให้แนวโน้มต้นทุนการเงินปรับลดลง (ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท)







