
หุ้นไทยวันนี้เปิดแดนลบ 1,592.02 จุด หุ้น TECH เริ่มพักฐาน เม็ดเงินไหลเข้า BDMS-BH-CPN
SET แกว่งลบใกล้ 1,590 จุด โบรกเตือนแรงขายทำกำไรหุ้น TECH ยังกดดันตลาด แต่กลุ่มโรงพยาบาล-ธนาคาร-ค้าปลีก ยังเป็นหลุมหลบภัยของเงินทุน
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าในแดนลบที่ 1,592.02 จุด จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (TECH) ที่เริ่มพักฐาน
- เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุน (Sector Rotation) จากกลุ่มเทคโนโลยีไปยังหุ้นกลุ่ม Value Play เช่น กลุ่มโรงพยาบาลและค้าปลีก
- หุ้นที่ได้รับความสนใจและมีเงินทุนไหลเข้าอย่างชัดเจนคือ BDMS, BH และ CPN ซึ่งมีราคาปรับตัวสูงขึ้นสวนทางตลาด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 มิ.ย.69) ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 10.35 น. ที่ระดับ 1,592.02 จุด ลดลง 2.77 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.17% จากปิดตลาดก่อนหน้า กรอบการแกว่งตัวสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,598.53 - 1,588.77 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,508.64 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 68.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.49% มูลค่า 2,058.61 ล้านบาท
- DELTA ราคา 349.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 1.97% มูลค่า 1,583.84 ล้านบาท
- BH ราคา 184.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.50 บาท หรือ 4.24% มูลค่า 1,335.12 ล้านบาท
- MINT ราคา 22.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 3.15% มูลค่า 1,036.97 ล้านบาท
- BDMS ราคา 18.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 1.65% มูลค่า 984.37 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นักลงทุนเริ่ม Rotate Sector จาก Chip มาสู่ Value Play (DJIA +1.7% Nasdaq -0.09%) และเช้านี้ Kospi -6.4% ซึ่งจะดีกับ SET ในเชิง Commerce Bank Health แต่ระมัดระวัง TECH (DELTA HANA) ขณะที่ SET INDEX กลับมาซื้อขายใกล้ 1,600 จุด Valuation อาจเริ่มตึงๆ เน้นเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 874 จุด (+1.7%) แต่อย่างไรก็ดี S&P500 ปิดแดนบวกเล็กน้อย +0.4% นักลงทุนทำการย้าย Sector จาก Chip ไปยัง Sector อื่นๆ มากขึ้น ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.8% หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ฝั่งราคาทองคำ +1% จากการคลายกังวลสงคราม แต่ US Bond Yield ขยับขึ้นเล็กน้อย
เมื่อคืนมีการรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานพบว่ามากกว่าตลาดประเมินไว้ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยที่นักลงทุนให้น้ำหนักอยู่ที่เรื่องของผลประกอบการ มีรายงานของ BroadCom แม้จะเติบโตได้ดีแต่ราคาหุ้นปรับลงเป็นเพราะปรับขึ้นมา PriceIn แล้ว กดดันหุ้น Semiconductor ในภาพรวม แต่เม็ดเงินกระจายไปสู่ Sector อื่นๆ เช่น Finance Commerce Theme AI ยังคงเป็น Mega Trend เพียงแต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างมากจึงอาจต้องพักตัวบ้าง
ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 8.5 หมื่นรายและ 4.3% หากแย่กว่าคาดจะเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกต่อความคาดหวังดอกเบี้ยและราคาทองคำ
เช้านี้รอติดตามเงินเฟ้อไทย Consensus คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบ โต 3.1% จากปีก่อน 0.4% จากเดือนก่อน, Core CPI 0.9% จากปีก่อน สาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่ขยับตัวขึ้น แต่มองไปยังเดือน มิ.ย. มีโอกาสลดลงจากเดือนก่อน ตามราคาน้ำมันที่ลดลง ระยะสั้นเป็นจิตวิทยากลุ่ม Bank
วันนี้ประเมิน SET ในกรอบ 1,580 - 1,605 จุด บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างเป็นลบ (kospi-4.4%) ประเมินนักลงทุนเริ่มทำกำไรในกลุ่ม Semiconductor แต่ก็เชื่อว่าในไทยจะได้แรงหนุนจากกลุ่ม ValuePlay เชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลี่ยง TECH และหมุนเข้าหาโรงพยาบาล (BDMS BH) ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL CPN) สื่อสาร (ADVANC) และ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) เป็นต้น
หุ้นแนะนำ
- BDMS : ราคาเป้าหมาย 26 บาท โดยคาดว่าปี 2569 การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 8% จากปีก่อน โดย BDMS มีกำหนดการขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง Bangkok Hua Hin (52 เตียง) และ Bangkok Surat (60 เตียง)
- CPN : ราคาเป้าหมาย 78 บาท เนื่องจากจำนวนผู้เข้าศูนย์ในเดือน เม.ย. ยังเห็นการเติบโตได้ 4-5% จากปีก่อน ยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากนัก





