
DITTO ปั้น ‘Blu Green Token’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวแรก รับเทรนด์คาร์บอนเครดิต
DITTO เปิดตัว "Blu" โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Token) ตัวแรกของไทย อ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน ชูจุดเด่นสิทธิในการได้รับชำระผลตอบแทนจากรายได้สุทธิจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต โดยหากผู้ออกโทเคนดิจิทัลยังไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ตามที่กำหนดในช่วงอายุโครงการโทเคนดิจิทัล ผู้ถือโทเคนดิจิทัลมีสิทธิได้รับผลตอบแทนทบต้นสะสมและเงินลงทุนเริ่มต้น ณ วันสิ้นสุดโครงการโทเคนดิจิทัลในอัตราผลตอบแทน 3% ต่อปี
KEY
POINTS
- DITTO เปิดตัว ‘Blu Green Token’ โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวแรกของไทย โดยใช้คาร์บอนเครดิตจากโครงการปลูกป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
- การออกโทเคนมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบรับกระแสความต้องการคาร์บอนเครดิตทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และภาษีคาร์บอน
- โทเคนได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. และมีกลไกลดความเสี่ยงให้นักลงทุน โดย DITTO ค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปี หากไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตได้
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า DITTO ได้ขยายธุรกิจสีเขียว ผ่านบริษัทลูก "สยาม ทีซี เทคโนโลยี" หรือ STCT โดยธุรกิจสีเขียว ถือเป็น 1 ใน 4 ธุรกิจหลักของ STCT และเป็นธุรกิจ New S Curve โดยล่าสุด STCT ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขาย "Blu" โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวแรกของไทยที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน
รับเทรนด์โลก-ภาษีคาร์บอน และมาตรการ CBAM ตัวเร่งคาร์บอนเครดิต
ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ปัญหาอุณหภูมิโลกสูงขึ้นกลายเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการออกมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) รวมถึงการเริ่มจัดเก็บภาษีคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 ขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนการยกร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. โลกร้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในเวทีโลก
"เรามองว่าความยั่งยืนคือโอกาสทางธุรกิจใหม่ DITTO จึงได้เริ่มโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตมาแล้วกว่า 2 ปี โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่รวมทั้งสิ้น 175,196.05 ไร่ และได้เริ่มต้นในเฟสแรกด้วยพื้นที่ 20,358.03 ไร่ (ซึ่งภายหลังรังวัดจริงอยู่ที่ 17,531.04 ไร่) เพื่อนำมาทำ Tokenization เพื่อออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลแก่ประชาชนและผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูระบบนิเวศนี้"
สร้างงานชุมชน พลิกโฉม ESG ในระดับโลก
"DITTO เล็งเห็นโอกาสในธุรกิจสีเขียว และความยั่งยืนที่คุยกับนานาชาติได้ทั่วโลก โดยมี Blu ซึ่งผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสีเขียวและความยั่งยืน" นายฐกรกล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ โทเคน Blu คาดว่าจะเปิดเสนอขายภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ พ.ร.บ. โลกร้อน โดยอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
กลไก "Blu" นวัตกรรมการเงินสีเขียว
เจาะลึกเทคนิคลดความเสี่ยงแก่ผู้ลงทุน
นายชัยทัต กุลโชควณิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ DITTO ให้ข้อมูลเชิงเทคนิคว่า พื้นที่โครงการเริ่มต้น 17,531.04 ไร่นี้ คาดการณ์ว่าจะผลิตคาร์บอนเครดิตได้เกิน 1 ล้านตันภายใน 7 ปี อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด บริษัทได้ออกแบบกลไกความปลอดภัย (Buffer) ไว้หลายชั้น:
- คาร์บอนเครดิตอ้างอิง: STCT นำคาร์บอนเครดิตเพียง 400,000 ตันมาเป็นสินทรัพย์อ้างอิง สำหรับการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลมูลค่าไม่เกิน 480 ล้านบาท
- กลไกบัฟเฟอร์ส่วนเกิน: คาร์บอนเครดิตส่วนที่เกินจำนวนคาร์บอนเครดิตอ้างอิง จะถูกเก็บไว้เป็น "Buffer" เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ
- พื้นที่สำรองเพิ่มเติม: STCT ยังมีสิทธิในพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่เหลืออีกกว่า 150,000 ไร่ (จากแผนทั้งหมด 175,196.05 ไร่) ที่สามารถนำมาสนับสนุนได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการลดความเสี่ยงด้านราคา โดย DITTO จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินที่จำเป็นสำหรับใช้ในการชำระผลตอบแทนทบต้นสะสมและเงินลงทุนเริ่มต้นของโทเคนดิจิทัล หากผู้ออกโทเคนดิจิทัลยังไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ตามที่กำหนดในช่วงอายุโครงการโทเคนดิจิทัลที่มีการขยายอายุออกไป
ทั้งนี้ หากราคาคาร์บอนเครดิตตลาดสูงขึ้นตามกลไก Demand-Supply ผู้ลงทุนก็จะได้รับ Upside จากราคาคาร์บอนเครดิตในตลาด และด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของ DITTO ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการบริหารจัดการและทำหน้าที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินได้อย่างมั่นใจ
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้







