thansettakij
thansettakij
ตลท. ลุยรีดกฎใหม่ “คุมชอร์ต-สกัด HFT” ลด Tick Size ฟื้นเชื่อมั่นหุ้นไทย

ตลท. ลุยรีดกฎใหม่ “คุมชอร์ต-สกัด HFT” ลด Tick Size ฟื้นเชื่อมั่นหุ้นไทย

13 พ.ค. 69 | 09:12 น.
อัปเดตล่าสุด :13 พ.ค. 69 | 09:12 น.

ตลท. เดินหน้ายกเครื่องกติกาซื้อขายหุ้นครั้งใหญ่ เปิดรับฟังความเห็นคุมชอร์ตเซล-สกัด HFT-ลด Tick Size หวังเพิ่มสภาพคล่องและฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย นักลงทุนจับตาเริ่มใช้จริงปลายไตรมาส 3 ปีนี้

KEY

POINTS

  • ตลท. เตรียมออกมาตรการคุมเข้มการขายชอร์ต (Short Sell) โดยจะใช้เกณฑ์ Uptick Rule เมื่อราคาหุ้นลดลง 10% และจำกัดให้ขายชอร์ตได้เฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET100
  • กำกับดูแลการซื้อขายด้วยความเร็วสูง (HFT) โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนกลุ่มนี้ต้องขึ้นทะเบียน และเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมกับบัญชีที่ส่งคำสั่งซื้อขายถี่ผิดปกติ
  • ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) สำหรับหุ้นที่มีราคา 5–50 บาท เพื่อช่วยลดช่องว่างราคา เพิ่มสภาพคล่อง และเพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างโอกาส เพิ่มสภาพคล่อง และเสริมความเชื่อมั่น

โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ “การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น” ระหว่างวันที่ 13 - 29 พฤษภาคม 2569 เพื่อนำข้อมูลจากผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาทบทวนมาตรการอย่างรอบด้าน ซึ่งมาตรการสำคัญที่อยู่ระหว่างการทบทวน แยกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่ม 1 : เพิ่มคุณภาพตลาด-ลดต้นทุนซื้อขาย

  • ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size)  Tick Size หุ้นราคา 5–50 บาท ช่วยลดช่องว่างราคา เพิ่มโอกาสจับคู่คำสั่งซื้อขาย และเพิ่มสภาพคล่องตลาด
  • เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Extra Charge) บัญชีส่งออเดอร์ถี่ผิดปกติ (High OTR) หากส่งคำสั่งมากกว่า 100 เท่าของดีลที่จับคู่ได้ และเกิน 50 ครั้งต่อนาที จะถูกเก็บเพิ่ม 0.15 บาท/รายการ สำหรับส่วนเกิน 30,000 รายการต่อวัน

กลุ่ม 2 : ลดความผันผวนผิดปกติ-คุมเข้มการชอร์ตเซล

  • ปรับปรุง Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดมีราคาลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า  จะใช้เกณฑ์ Uptick ในวันถัดไป เพื่อชะลอแรงขายชอร์ต
  • ทบทวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้  โดยจำกัดหุ้นที่ขายชอร์ตได้ ให้ขายชอร์ตได้เฉพาะหุ้น SET100, ETF, DR และหุ้นอ้างอิง Single Stock Futures
  • ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB) รายหลักทรัพย์ ลดข้อจำกัดการซื้อขาย โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ

กลุ่ม 3 : คุมพฤติกรรม HFT-ยกเลิก MRT

  • ขึ้นทะเบียนผู้ซื้อขายความเร็วสูง (HFT) ใช้เกณฑ์ติดตามจากพฤติกรรมซื้อขายจริง เช่น ความถี่ส่งคำสั่ง และมูลค่าซื้อขาย
  • ยกเลิกจำกัดหุ้นที่ HFT ซื้อขายได้ หลังปรับเกณฑ์ชอร์ตเซลให้เหลือเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง
  • ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) เนื่องจากมองว่าไม่ช่วยกำกับตลาดได้มีประสิทธิภาพ เหตุมีธุรกรรมเข้าเกณฑ์น้อย และมีเครื่องมือ AI ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติรองรับแล้ว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ หัวข้อ “การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น” โดยผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 ก่อนเสนอ ก.ล.ต. พิจารณา ต่อไป อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป

การกำกับดูแลครั้งนี้ เน้นดูพฤติกรรมการซื้อขาย ไม่ใช่ประเภทนักลงทุน เพื่อจัดการพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งจากโรบอทและนักลงทุนทั่วไป ทั้งนี้ การลด Tick Size และเก็บ Extra Charge บัญชี High OTR จะช่วยลดความได้เปรียบจากการส่งคำสั่งชี้นำราคา และเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงราคาที่เหมาะสมมากขึ้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างโอกาส เพิ่มสภาพคล่อง และเสริมความเชื่อมั่น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเกณฑ์ให้ผู้ลงทุนกลุ่ม HFT ลงนามรับรองการปฏิบัติตามกฎ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำกับดูแลได้โดยตรง โดยมาตรการทั้งหมดอ้างอิงแนวทาง OECD และ MSCI เพื่อรักษาความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย และเตรียมใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน