
‘ศุภชัย’ แจงปม 3 กก.อิสระเบรกโยก 'เคาน์เตอร์เซอร์วิส' ลง Virtual Bank ย้ำทำตามเกณฑ์ ธปท.
เปิดเบื้องลึกความเห็นต่าง! "ศุภชัย เจียรวนนท์" กางเกณฑ์แบงก์ชาติ แจงเหตุผลกรรมการอิสระคัดค้านโยกพอร์ต "เคาน์เตอร์เซอร์วิส-ไทยสมาร์ทคาร์ด" เข้าโครงสร้าง ACM Holding หวั่นเสียสถานะ "คนกลาง" กระทบพันธมิตรธนาคารพาณิชย์เดิม ชี้ความชัดเจนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นพฤษภาคมนี้
KEY
POINTS
- กรรมการอิสระ 3 รายของ CPALL คัดค้านแผนการโอนธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิสไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank
- ให้เหตุผลว่าเคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็นตัวกลางให้บริการทุกธนาคาร การไปอยู่ใต้ธนาคารใดธนาคารหนึ่งอาจสร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์และกระทบธุรกิจเดิม
- นายศุภชัยชี้แจงว่าแผนดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์ของธปท. ที่กำหนดให้รวมบริษัทในเครือที่มีอำนาจควบคุมไว้ในโครงสร้างเดียวกันเพื่อขอใบอนุญาต Virtual Bank
- การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะมาจากการประชุมผู้ถือหุ้นในปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งธปท.จะยอมรับมติที่ประชุม
วันที่ 20 เมษายน 2569 นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู เปิดเผยเกี่ยวกับ 3 กรรมการอิสระ ของ CPALL คัดค้าน แผนรวมพอร์ต เคาน์เตอร์เซอร์วิส,ไทยสมาร์ทคาร์ด และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เข้าไปอยู่กลุ่มธุรกิจการเงินธนาคารพาณิชย์ ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ ซีพี ว่า
ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่า หากกลุ่มทุนใดจะขอใบอนุญาต Virtual Bank จะต้องนำบริษัทที่มีอำนาจควบคุม (Controlling Interest) มารวมอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ทำให้กรรมการอิสระได้แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเคาน์เตอร์เซอร์วิสมีโมเดลธุรกิจหลักที่เน้นการให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการ (Retail) ซึ่งต้องดูแลธุรกรรมค่าน้ำ ค่าไฟ และบริการทางการเงินกับทุกธนาคาร หากต้องไปรวมอยู่ใต้ Virtual Bank อาจทำให้ความสำคัญของธุรกิจเดิมลดลงและเกิดผลเสียต่อ CPALL ได้
เนื่องจากปัจจุบันเคาน์เตอร์เซอร์วิสทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" ที่ดีลกับทุกธนาคารหากกลายเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารใดธนาคารหนึ่งโดยตรง อาจเกิดความขัดแย้งทางธุรกิจกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์เดิมที่เป็นพันธมิตรกันอยู่
ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยให้กลุ่มบริษัทดำเนินการตามขั้นตอนให้ถึงที่สุดเสียก่อนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการ
นายศุภชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปลายเดือนพฤษภาคม มีการประชุมผู้ถือหุ้นให้ถึงที่สุดเสียก่อนจะนำบริษัทไปรวมหรือไม่ แบงก์ชาติก็จะยอมรับผลนั้นว่าเป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น
“กลุ่มธุรกิจไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร เป็นไปตามกระบวนการและกฎระเบียบของแบงก์ชาติ" นายศุภชัย กล่าว







