thansettakij
thansettakij
จับตาดีลสหรัฐฯ–อิหร่าน ชี้ชะตาพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย ทองเสี่ยงถูกขาย

จับตาดีลสหรัฐฯ–อิหร่าน ชี้ชะตาพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย ทองเสี่ยงถูกขาย

10 เม.ย. 69 | 00:30 น.
อัปเดตล่าสุด :10 เม.ย. 69 | 02:59 น.

โบรกชี้สงครามผ่อนคลาย หนุนทองรีบาวด์ระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ จับตาดีลฮอร์มูซ เงินเฟ้อพลังงาน เสี่ยงกดทิศทางทองระยะถัดไป แนะนำแบ่งขายทำกำไรที่ระดับราคา 73,600 / 74,500 บาท

KEY

POINTS

  • การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาพลังงานโลก
  • หากการเจรจาล่าช้าหรือล้มเหลว อาจทำให้ราคาพลังงานผันผวน ซึ่งจะกดดันให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นความเสี่ยง และส่งผลต่อนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
  • ราคาทองคำมีความเสี่ยงถูกเทขายทำกำไร เนื่องจากสถานการณ์ที่คลี่คลายจะหนุนสินทรัพย์เสี่ยง และหากเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นก็จะจำกัดการปรับขึ้นของราคาทอง

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP เปิดเผยว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความชัดเจนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่องหรือไม่

เนื่องจากหากเกิดความล่าช้าหรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข อาจทำให้ราคาพลังงานกลับมาผันผวน และดันเงินเฟ้อให้กลับมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางในระยะถัดไป

“ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวหยุดยิง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว และกดดันราคาทองคำในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวยังเป็นเพียงระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาคือการเจรจาจะมีความคืบหน้าเพียงใด และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ราคาพลังงานและเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทันที”

สำหรับราคาทองคำนั้น มองว่าการปรับตัวขึ้นในรอบนี้เป็นเพียงแรงรีบาวด์ตามข่าวเชิงบวก และ Bond Yield ที่ปรับตัวลง โดยยังไม่ได้สะท้อนการกลับตัวของแนวโน้มหลัก ขณะที่ภาพระยะยาวยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

เพราะหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง หรือกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ ในเชิงเทคนิค ราคายังไม่สามารถยืนเหนือโซน 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างมั่นคง ทำให้ยังมีโอกาสถูกแรงขายกดลงได้

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้น “เน้นเล่นตามจังหวะข่าว” โดยแบ่งขายเมื่อราคารีบาวด์บริเวณ 4,900 / 4,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณ 4,700 / 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักลงทุนระยะกลาง–ยาวยังคงเน้นทยอยสะสมในช่วงปรับฐาน

ขณะที่ทองคำไทย แนะนำแบ่งขายทำกำไรที่ระดับราคา 73,600 / 74,500 บาท และรอจังหวะเข้าซื้ออีกครั้งบริเวณ 71,500 / 71,000 บาท เพื่อความปลอดภัยในพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนและปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง