
‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 85.42 จุด ,S&P500-Nasdaq ปิดบวกรับสัญญาณเจรจายุติสงครามอิหร่าน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 85.42 จุด ส่วน S&P500-Nasdaq ปิดบวกรับสัญญาณเจรจายุติสงครามอิหร่าน และเหลือเวลาไม่นานจะถึงเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนลบ สวนทางกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก
- ตลาดหุ้นได้รับปัจจัยหนุนจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาทางการทูตเพื่อหาทางยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ข่าวดีดังกล่าวช่วยให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นในช่วงท้าย หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรกจากความตึงเครียดกรณีที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (7 เม.ย.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวกช่วงท้ายตลาด
หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงเส้นตายที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,584.46 จุด ลดลง 85.42 จุด หรือ -0.18%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,616.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.02 จุด หรือ +0.08% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 21.51 จุด หรือ +0.10%
ทรัมป์ระบุว่า หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร เวลา 20.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับวันนี้ (8 เม.ย.) เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย สหรัฐฯ จะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่านให้สิ้นซาก ซึ่งคำประกาศดังกล่าวได้ฉุดดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนัก
อย่างไรก็ดี ในชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรก หลังจากเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางออกอย่างสันติในการยุติสงครามตะวันออกกลางนั้น มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงให้ทรัมป์ขยายเส้นตายให้กับอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ และเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซในกรอบเวลาเดียวกันเพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงที่ดี
ไม่กี่นาทีก่อนที่ตลาดจะปิดทำการ ดัชนี S&P500 และ Nasdaq พลิกกลับขึ้นมาปิดในแดนบวก ซึ่งเป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ส่วนดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงลบ หลังจากร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรก
นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซแม้มีคำขู่จากปธน.ทรัมป์ ซึ่งการปิดช่องทางเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ
และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาด และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งบั่นทอนความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ออสแตน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโก ระบุว่า กังวลว่าสงครามจะผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและฉุดเศรษฐกิจให้อ่อนแอลงในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะ Stagflation และทำให้เฟดเผชิญกับความยากลำบากในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.04% ตามด้วยกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.78% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ปรับตัวลง 1.76% และ 0.9% ตามลำดับ
หุ้น UnitedHealth พุ่งขึ้น 9.4% ขณะที่หุ้นตัวอื่น ๆ ในกลุ่มประกันสุขภาพอย่างหุ้น Humana และหุ้น CVS Health พุ่งขึ้น 7.9% และ 6.7% ตามลำดับ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเพิ่มการจ่ายเงินให้กับบริษัทประกันภาคเอกชนที่เสนอแผน Medicare Advantage สำหรับผู้สูงอายุ
หุ้น Apple ร่วงลง 2.1% หลังจากสำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าสมาร์ตโฟนรุ่นพับได้ของบริษัท Apple ที่ตลาดรอคอยมานาน กำลังประสบปัญหาด้านวิศวกรรม
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 1.4% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.1% หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนม.ค.
นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มากเพียงใด







