KEY
POINTS
26 มกราคม 2569 รอยเตอร์ส รายงานว่า ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ในช่วงเช้าวันจันทร์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั้งกรณีกรีนแลนด์และอิหร่านสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ขณะที่ตลาดการเงินยังเผชิญความผันผวนจากตลาดพันธบัตรและค่าเงินเยนที่แกว่งตัวรุนแรง
นักลงทุนหันเข้าซื้อทองคำและโลหะมีค่าต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่วนเงิน (Silver) และโลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน สะท้อนความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก
แรงกดดันเพิ่มเติมมาจากการที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านผ่านมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน ซึ่งหนุนราคาน้ำมันและยิ่งกระตุ้นความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นราว 0.5% มาอยู่แถว 154.84 เยนต่อดอลลาร์ หลังเกิดการแกว่งตัวรุนแรงเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเงิน โดยแหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กมีการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (rate check) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนก่อนการแทรกแซงค่าเงิน
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุว่า รัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการหากพบการเคลื่อนไหวเชิงเก็งกำไรที่รุนแรงในตลาดเงิน
ด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดอ่อนตัว โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลงกว่า 1.6% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐปรับตัวลง นักลงทุนทั่วโลกจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองต่อประธานเฟด
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อยหลังจากดีดตัวแรงเมื่อวันศุกร์ โดยเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 65.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ที่ 60.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ภาพรวมตลาดสะท้อนว่า ทองคำยังคงเป็นตัวนำทิศทางการลงทุนในช่วงความเสี่ยงสูง จากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินผันผวน และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของสหรัฐ