thansettakij
thansettakij

SETCarbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนครบวงจร เพิ่มโอกาสธุรกิจไทย

20 พ.ย. 68 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :20 พ.ย. 68 | 07:21 น.

SETCarbon โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ แก้ปัญหา "แพง-ยาก" ในการทำบัญชีคาร์บอน สร้างฐานข้อมูลคาร์บอนกลางระดับชาติ เชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มโอกาสสู่แหล่งเงินทุนสีเขียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้พัฒนา SETCarbon ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มุ่งเน้นการจัดการข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจ แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการคำนวณและบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยมีการเชื่อมโยงกับระบบ e-One Report ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

การพัฒนา SETCarbon มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาหลัก 2 ประการที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เผชิญในการทำบัญชีคาร์บอน ได้แก่ ปัญหาด้านต้นทุนสูง (แพง)  และปัญหาด้านความเชี่ยวชาญและทรัพยากร (ยาก) เนื่องจากพบว่า อัตราการรายงานและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลยังอยู่ในระดับต่ำ

นายศุภกร เอกชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลท. กล่าวว่า การที่ บจ. ใช้เครื่องคิดเลขของ SETCarbon ที่ได้รับการรับรอง จะช่วยให้กระบวนการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบ (verifier) ง่ายขึ้นอย่างมาก การลดความยุ่งยากนี้จะช่วยลดต้นทุนให้กับ บจ. ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบนั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับ บจ.

มาตรฐานระดับสากล และฐานข้อมูลกลาง

ระบบ SETCarbon ถูกออกแบบมาให้มีความโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานการคำนวณก๊าซเรือนกระจกระดับสากล อาทิ Carbon Footprint for Organization (CFO), GHG Protocol และ ISSB (IFRS S2) ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจไทยมีความน่าเชื่อถือ และสามารถใช้อ้างอิงได้ทั้งในและต่างประเทศ

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลท. ระบุว่า SETCarbon เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา "ฐานข้อมูลคาร์บอนกลาง" (Anchor Dataset) ของประเทศและสร้างมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน แพลตฟอร์มนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจไทย มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 (2050)

SETCarbon ทำหน้าที่เป็น One Stop Service ที่มีเทมเพลทข้อมูลกิจกรรมก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรม ที่ง่ายต่อการจัดเก็บข้อมูล โดยผู้ประกอบการสามารถป้อนข้อมูล เช่น บิลค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า และระบบจะประมวลผลเป็นปริมาณคาร์บอน (หน่วยตัน) ได้อย่างง่ายดาย

SETCarbon สู่แหล่งเงินทุนสีเขียว

SETCarbon ได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “พาสปอร์ต” สู่แหล่งเงินทุนสีเขียว เนื่องจากมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลคาร์บอนที่ได้รับการรับรอง เข้ากับระบบนิเวศทางการเงิน เพื่อให้ บจ. และภาคธุรกิจเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อ Climate Finance

ปัจจุบัน ตลท. ได้ร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรแล้ว 2 ราย คือ EXIM BANK และ TTB โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่กำหนดจากความร่วมมือนี้ จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง และทำให้กระบวนการขอสินเชื่อรวดเร็วขึ้น สำหรับภาคการเงินนั้น ข้อมูลจาก SETCarbon มีความสำคัญในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะ Green Loan หรือ Green Transition Loan

ประโยชน์ที่หลากหลายและการใช้งาน

ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ถูกต้องและตรวจสอบได้จาก SETCarbon มีประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม อาทิ

บริษัทจดทะเบียน ที่สามารถนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานของตนเองในอดีตและเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

นักลงทุน สามารถใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้น ESG หรือกองทุนที่เจาะจงหุ้น Low Carbon

สำนักงาน ก.ล.ต. (ผู้กำกับดูแล) ข้อมูลคาร์บอนเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ใช้พิจารณาในการเข้าสู่ Investment List ของกองทุน Thai ESG

ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568 มีบริษัทจดทะเบียนที่กำลังใช้งานระบบ SETCarbon (Active users) แล้ว 32% หรือเท่ากับ 299 บริษัท

แผนพัฒนาในระยะถัดไป

ในอนาคต SETCarbon มีแผนที่จะพัฒนาเพื่อรองรับ Emission Scope 3 เพื่อให้การคำนวณคาร์บอนครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ยังจะมีการพัฒนา Carbon Data API เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ อบก. และจะมีการหารือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อเป็นช่องทางส่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องจัดทำรายงานซ้ำซ้อน 

ในด้านการร่วมมือกับสถาบันการเงิน คาดว่าจะร่วมมือกับธนาคารอีก 1 แห่งในช่วงต้นปี 2569 และอีก 2 ธนาคารในไตรมาส 2-3/2569