thansettakij
thansettakij
ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

02 ส.ค. 65 | 12:37 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 65 | 19:37 น.

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใสนัก เหตุดอกเบี้ยเพิ่ม กดดันต้นทุนพุ่ง ส่งผลแนวโน้มเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น ธนาคารระมัดระวังในการเติบโต ลุ้นเอ็นพีแอลจะไม่เพิ่มมาก กสิกรไทยชี้หนี้เอ็นพีแอลย้อนกลับ หลังตัดหนี้สูญ ขายออก ปรับโครงสร้างลูกหนี้

​​​​แม้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับปัจจัยลบรุมเร้า แต่ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยพบว่า งวด 6 เดือนแรกปี 2565 ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งมีกำไรสุทธิรวม 105,796 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 97,896 ล้านบาท แต่ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ที่กำลังก่อตัวขึ้น  

 

นายพัชระ สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารยังเป็นห่วงเรื่องเอ็นพีแอลจึงพยายามควบคุมดูแล เพราะผลพวงจากโควิด-19 มีผลกระทบต่อทุกคนถ้วนหน้า โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและรายย่อย ส่วนรายใหญ่แม้ถูกกระทบ แต่สามารถประคองตัวได้

นายพัชระ สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน)

ที่ผ่านมาพบว่า ลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วกลับมาเป็นหนี้อีก (Re-entry) ช่วงที่เหลือเอ็นพีแอลยังเป็นประเด็นที่ต้องลุ้นกันต่อ โดยลุ้นว่า เอ็นพีแอลจะไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่ในแง่สินเชื่อยังมีความต้องการสินเชื่อทั้งลูกค้าธุรกิจและรายย่อย รวมทั้งเอสเอ็มอี

 

นายพอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า คุณภาพหนี้ของลูกค้าธนาคารนับว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดี เห็นได้จากผลประกอบการล่าสุดที่ได้ประกาศไป ธนาคารสามารถดูแลเอ็นพีแอลได้ดี โดยปีที่แล้ว มีขายเอ็นพีแอลออกไปบ้าง และยังไม่มีแผนในปีนี้ แต่ธนาคารไม่เคยหยุดทำการศึกษาและมองหาโอกาสเสมอ

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

 

ส่วนแผนงาน ธนาคารมียุทธศาสตร์ Forward23 เน้นโฟกัสลูกค้ารายย่อย ลูกค้า Wealth ลูกค้ารายใหญ่ที่ทำธุรกิจข้ามประเทศภายในอาเซียน และธุรกิจที่เป็นจุดแข็งคือ Treasury ซึ่งเป็นแผนที่ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป ไม่ต้องปรับในภาพใหญ่ จะมีเพียงการปรับรายละเอียดไส้ในบางจุดที่เป็นปัญหาเทคนิค เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เงินเฟ้อที่ปรับขึ้น

 

นายนริศ สถาผลเดชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ttb Analytics กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ครึ่งปีหลังจะไม่ฮอตเหมือนครึ่งปีแรกที่ได้อานิสงส์จากการเปิดเมืองและสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ปัจจัยที่ดีกว่าคาดคือ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะช่วยหนุนภาคบริการ ซึ่งทั้งปี 2565 คาดว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์น่าจะเติบโต 3-4% หลักๆ จะมาจากสินเชื่อรายใหญ่ที่ต้องการสภาพคล่อง บางส่วนจึงหันกลับมาใช้บริการสินเชื่อธนาคารพาณิชย์

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

 

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่า ภาพรวมทั้งปี 2565 รายได้ของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังขึ้นกับสัญญาณเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวดีไม่ทั่วถึง การบันทึกกำไรอาจยังไม่กลับไปสู่ก่อนโควิด-19 อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการเงินปรับดอกเบี้ยขึ้นตามสัญญาณดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นอีกส่วนที่จะสร้างรายได้และแนวโน้มรายได้มิใช่ดอกเบี้ย

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

ทั้งนี้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย(ค่าฟี) ของ 9 ธนาคารไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 39,010ล้านบาท ติดลบ 2.8% เมื่อเทียบไตรมาส 1 ปีนี้อยู่ที่ 40,122 ล้านบาท และติดลบ 1.7% เมื่อเทียบไตรมาส 2 ปีที่แล้วอยู่ที่ 39,669 ล้านบาท จากการตีมูลค่าของสินทรัพย์แต่ละประเภทปรับลดลง ทั้งเงินลงทุนรายได้จากค่าธรรมเนียมด้านประกัน

 

ขณะที่แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ครึ่งปีหลัง ขยับขึ้นตามจังหวะและรูปแบบการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่จะมีผลต่อ NIM แต่หากการปรับขึ้นดอกเบี้ยช้า เพราะภาพรวมระบบธนาคารยังมีภาระต้องดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง

 

ทั้งนี้ครึ่งปีหลัง หากเศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัวพอไปได้ จะเห็นการเบิกใช้สินเชื่อ โดยรวมสินเชื่อสิ้นปีน่าจะเติบโต 4-5.5% ชะลอลงจาก 6.2% ปีที่แล้วและชะลอลงจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.2% โดยความต้องการสินเชื่อธุรกิจยังเติบโตจากการเบิกใช้สินเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว

ทิศทางแบงก์ครึ่งปีหลังไม่สดใส เฝ้าระวังเอ็นพีแอลพุ่ง

ส่วนสินเชื่อรายย่อยจะเติบโตบางผลิตภัณฑ์ เพระมีปัจจัยจากภาคครัวเรือนที่รายได้ไม่ฟื้นและยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือน ขณะที่ภาคครัวเรือนอาจไม่สามารถก่อหนี้ก้อนใหญ่ในช่วงสถานะครัวเรือนเปราะบาง แต่การปล่อยสินเชื่อจะเป็นไปตามกลยุทธ์ของแต่ละสถาบันการเงิน      

 

โดยเฉพาะสถาบันการเงินพยายามจะเพิ่มการเติบโตในสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) เช่น เพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อส่วนบุคคลอีกทั้งยังเริ่มเห็นการทำตลาดในสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลซึ่งใช้ข้อมูลทางเลือกในการพิจารณาความสามารถในการชำระคืนเงินกู้

 

ขณะที่เอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มของการปรับเพิ่มขึ้น หลังจากหลายธนาคารได้ตัดหนี้สูญ ขายทิ้งและปรับโครงสร้างลูกหนี้ระยะยาว สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีในวงกว้างทุกสถาบันต่างพยายามประคองลูกหนี้และต้องบริหารจัดการเอ็นพีแอลต่อเนื่อง

 

“ในครึ่งปีหลัง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินเอ็นพีแอลระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งปีนี้จะอยู่ในกรอบ 2.95-3.05% ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/65 คาดไว้ที่ 2.90-2.93%”นางสาวกาญจนากล่าว

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,805 วันที่ 31 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565