
ยื่นภาษีปี 2565"ซื้อประกันชีวิต"แบบไหนลดหย่อนภาษีได้ และได้เท่าไร
ลดหย่อนภาษีเงินได้ปี 2565 เช็คสิทธิ"ประกันชีวิต"ประเภทไหนบ้างใช้หักลดหย่อนภาษีได้ และลดหย่อนได้เท่าไร รอบรวมคำตอบให้ที่นี่
ใกล้วันยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2565 สำหรับผู้มีเงินได้ไม่น้อยกว่า 1.2 แสนบาทต่อปี และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต เรามาดูกันว่าประเภทของประกันชีวิต ที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษี ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร และหักลดหย่อนได้เท่าไร
ประกันชีวิตแบบใดบ้างลดหย่อนภาษีได้
กรมสรรพากร ได้ระบุสิทธิการลดหย่อนภาษี โดยการนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดได้ ประกันชีวิตที่ทำต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยประเภทของประกันชีวิตที่สามารถนำเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้ มี 3 ประเภทด้วยกันได้แก่ ประกันชีวิตแบบทั่วไป ประกันชีวิตแบบบำนาญ และ ประกันสุขภาพ
เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป
- การใช้สิทธิค่าลดหย่อน
- ผู้มีเงินได้ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
- เงื่อนไข
- ทำประกันกับบริษัทประกันในประเทศไทย
- อายุกรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป
- ได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี
- ห้ามเวนคืนก่อนครบกำหนด
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
- การใช้สิทธิค่าลดหย่อน
- ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
- ทั้งนี้ ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่ได้รับสิทธิ ( เมื่อรวมกับการใช้สิทธิตามล่างนี้แล้ว ) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ได้แก่
1. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบช.)
2.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
3.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
4.กองทุนสงเคราะห์ตรูโรงเรียนเอกชน
5.กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
- เงื่อนไข
- อายุกรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป
- ทำประกันกับบริษัทประกันในประเทศไทย
- ต้องจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ
- ช่วงอายุการจ่าย 55 - 85 ปีหรือมากกว่านั้น
- ต้องจ่ายเบี้ยครบก่อนได้รับผลประโยชน์
เบี้ยประกันประกันสุขภาพ
- การใช้สิทธิค่าลดหย่อน
- ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 25,000 บาท
- เงื่อนไข
- เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป
ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
- การใช้สิทธิค่าลดหย่อน
- ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
- เงื่อนไข
- บิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส
ต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ที่มา : กรมสรรพากร






