
"หุ้นเติบโต"เหมาะกับนักลงทุนสไตล์ไหน ?
หุ้นเติบโต จะมีลักษณะโดดเด่นด้านการดำเนินงาน (ขยายธุรกิจและใช้เงินลงทุนสูง) จึงเป็นที่รู้จักของนักลงทุนทั่วไปว่าเป็น “หุ้นดี ราคาแพง” มีกระแสเงินสดและอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับต่ำ หรือบางบริษัทอาจไม่จ่ายเงินปันผลเลย จึงอาจเหมาะกับนักลงทุนบางกลุ่ม
รู้ได้อย่างไร หุ้นเติบโตเหมาะกับตัวคุณ นายเจษฎา เจริญสันติพงศ์ Assistant Manager Branch Banking Client Marketing บลจ.ธนชาต กล่าวว่า คุณสมบัติของหุ้นเติบโต (Growth Stock)ว่า เป็นหนึ่งในประเภทหุ้นที่มีลักษณะที่โดดเด่นในแง่ของอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม ที่ส่งผลทำให้กำไรของกิจการเติบโตตามไปด้วย แต่หลังจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและมีโอกาสถดถอย อาจเริ่มมีคำถามว่าการลงทุนในหุ้นเติบโตยังเหมาะสมหรือไม่
หุ้นเติบโต คือ หุ้นที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นและรวดเร็วกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่การเติบโตของสินทรัพย์ รายได้ และกำไรของบริษัท ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยการเติบโตอาจมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจหลักหรือมาจากการควบรวมกิจการก็ได้
การลงทุนในหุ้นเติบโตจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงได้ในอนาคต แต่บริษัทเหล่านี้มักจะไม่จ่ายเป็นเงินปันผลออกมาให้กับผู้ถือหุ้น เพราะต้องนำเงินไปลงทุนเพื่อขยายกิจการให้เติบโตต่อเนื่อง และหุ้นประเภทนี้มักสร้างผลตอบแทนได้ดีเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น แต่เมื่อตลาดผันผวนและเป็นขาลงจะได้รับความผันผวนและราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลง
และข้อสำคัญหากสนใจลงทุน ต้องยอมรับว่าผลประกอบการในอดีตไม่อาจการันตีการเติบโตในอนาคตได้ ดังนั้น อาจเห็นราคาหุ้นผันผวนอย่างรุนแรงได้ในอนาคต หากรายได้ที่ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
คำถามตามมา คือ หุ้นเติบโตเหมาะกับนักลงทุนสไตล์ไหน เพราะการลงทุนมักเน้นผลตอบแทนสูงและมีเวลาการลงทุนค่อนข้างยาว ดังนั้น มี 2 ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ตัดสินใจว่าการลงทุนหุ้นประเภทนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่
- หนึ่ง คือ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีกรอบเวลาระยะยาว หมายความว่าผู้ที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณอายุอาจไม่เหมาะกับหุ้นประเภทนี้ ขณะเดียวกัน หุ้นเติบโตส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยมักจะซื้อขายกันที่ P/E Ratio สูง ๆ เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังต่อบริษัทค่อนข้างสูง
- สอง เหมาะกับผู้ที่จับจังหวะการลงทุนแม่นยำ เพราะหากจับจังหวะพลาดจะทำให้ซื้อหุ้นแพงเกินไปได้
โดยภาวะที่เหมาะสมกับการลงทุนหุ้นเติบโต คือ ช่วงที่ตลาดซื้อขายกันที่ P/E Ratio ต่ำ หรือช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงในทิศทางขาลง (Downside Risk) ในภาพรวมจะค่อนข้างน้อย นักลงทุนมีโอกาสสูงที่จะพบหุ้นเติบโตในราคาถูกหรือไม่แพงจนเกินไป
หากนักลงทุนเลือกหุ้นเติบโตได้ถูกตัว ก็อาจได้รับผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมในระยะยาวได้ และอีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ต้องถามตัวเองเสมอ คือ เมื่อหาหุ้นเติบโตเจอแล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งคำตอบของคำถามนี้คือ ต้องศึกษาข้อมูลและติดตามข้อมูลข่าวสารของหุ้นเติบโตที่ลงทุนอย่างต่อเนื่องว่ายังเติบโตดีอยู่หรือไม่
หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา : www.setinvestnow.com






