
ลงทุนพันธบัตร"ออมเพิ่มสุข"คุ้มค่าไหม เทียบผลตอบแทน จุดดี- จุดด้อย
พันธบัตรออมทรัพย์"ออมเพิ่มสุข" ดอกเบี้ย 2.90-3.60% เช็คผลตอบแทน เทียบสถิติย้อนหลัง 4 ปี ( 2562-65 ) และดอกเบี้ยฝากแบงก์ คุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่ จุดดี - จุดเสีย เปิดขาย 13 มิ.ย.นี้
ลงทุนพันธออมทรัพย์ของกระทรวงคลังดีไหม ส่องสถิติอัตราผลตอบแทนพันธบัตรออมทรัพย์ ย้อนหลัง 4 ปี ( 2562-2565 ) หลังดอกเบี้ยทะยานขึ้น นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เมื่อต้นเดือน พ.ค.65 และจ่อเร่งปรับขึ้นแรงในเดือนมิ.ย. - ก.ค. นี้
โดยในวันที่13 มิ.ย.2565 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) จะเริ่มจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่น “ออมเพิ่มสุข” วงเงิน 55,000 ล้านบาท ให้กับประชาชน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ย 2.90% ต่อปี ( หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จะได้รับผลตอบแทนสุทธิ 2.465% ) และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ย 3.60% ต่อปี ( หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จะได้รับผลตอบแทนสุทธิ 3.06%) จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
ซึ่งเมื่อเทียบสถิติย้อนหลัง 4 ปี ต้องถือว่ารอบนี้ กระทรวงคลังจ่ายอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยพันธบัตรออมทรัพย์สูงกว่าทุกครั้ง จากรุ่น 5 ปี ที่เคยจ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 2.50% ( หักภาษี ณ ที่จ่าย15%ได้รับผลตอบแทนสุทธิ 2.125%) และรุ่นอายุ 10 ปี จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 3.05% (หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%ได้รับผลตอบแทนสุทธิ 2.60%) อ่านตารางประกอบ
พันธบัตรออมทรัพย์ "ออมเพิ่มสุข" น่าลงทุนไหม
การลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ มีทั้งจุดเด่น และความเสี่ยง ซึ่งนักลงทุนควรรู้ก่อนการลงทุน
จุดเด่นของพันธบัตร
- ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก ( ออมทรัพย์/ฝากประจำ และการฝากแบบปลอดภาษี ) โดยพันธบัตรออมทรัพย์ที่รัฐบาลออกมา เช่น พันธบัตร"ออมเพิ่มสุข" อายุ 5 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.90 % ต่อปี ผลตอบแทนสุทธิ หลังหักภาษีแล้วอยู่ที่ 2.125% ยังจ่ายมากว่าดอกเบี้ยการฝากออมทรัพย์และฝากประจำ 12 เดือน ที่ปัจจุบันจ่ายดอกเบี้ยที่ 0.25%-0.85% ต่อปี หักภาษีแล้วสุทธิอยู่ที่ 0.2125- 0.7225% และมากกว่าผลตอบแทน เงินฝากแบบปลอดภาษีที่ธนาคารพาณิชย์จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด สำหรับระยะเวลาฝาก 24, 36 เดือน อยู่ที่ 1.90% และ 2.00% ตามลำดับ เป็นต้น
คลิกอ่านเพิ่ม : ส่อง 5 อันดับเงินฝากปลอดภาษี2565 แบงก์ไหนให้ผลตอบแทนดีสุด
- ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน เนื่องจากพันธบัตรจะมีการระบุว่าจะให้ผลตอบแทนรูปแบบใด มีการจ่ายผลตอบแทนเมื่อไรก่อนให้นักลงทุนพิจารณาก่อนซื้อ
- มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากรัฐเป็นลูกหนี้เอง แต่ผลตอบแทนก็ต่ำกว่าสินทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน
ความเสี่ยงของพันธบัตร
- ด้านอัตราดอกเบี้ย : กรณีที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ผู้ลงทุนจะไม่ได้ปรับดอกเบี้ยขึ้นตาม
- ด้านสภาพคล่อง : พันธบัตรมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ทำให้สภาพคล่องต่ำกว่าเงินฝาก และจะได้เงินคืนครบต่อเมื่อถือจนครบเวลาที่กำหนด
- ด้านสภาวะเงินเฟ้อ : กรณีที่ค่าเงินเฟ้อสูงขึ้นมากๆ ดอกเบี้ยจากพันธบัตรยังเท่าเดิม ทำให้คุ้มค่าลดลงซึ่งอาจไม่คุ้มกับการลงทุน
- ด้านราคา : กรณีนำพันธบัตรไปขายก่อนครบกำหนด อาจได้รับเงินคืนไม่เท่าเดิม ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ณ เวลานั้น เช่น อัตราดอกเบี้ย ณ เวลานั้นด้วย
สำหรับเงื่อนไขรายละเอียด พันธบัตรออมทรัพย์รุ่น “ออมเพิ่มสุข" วงเงิน 55,000 ล้านบาทมีดังนี้
แบ่งการจำหน่าย เป็น 2 รุ่น คือ
-รุ่นออมเพิ่มสุข บนวอลเล็ต สบม. วงเงิน 10,000 ล้านบาท ให้แก่ประชาชน 2 รุ่น ได้แก่
- รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยร้อยละ 2.90 ต่อปี และ
- รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยร้อยละ 3.60 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป ลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท - 10 ล้านบาท จำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13–30 มิถุนายน 2565
- รุ่นออมเพิ่มสุข วงเงินรวม 45,000 ล้านบาท จำหน่ายให้แก่ประชาชนและนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร แบ่งการจำหน่ายเป็น 2 ช่วง
ช่วงที่ 1 (15-19 มิ.ย.65) วงเงิน 40,000 ล้านบาท เปิดจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยซื้อได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท จำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
- รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ย ร้อยละ 2.90 ต่อปี และ
- รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยร้อยละ 3.60 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้สนใจสามารถซื้อได้ผ่านช่องทาง Counter Internet Banking และ Mobile Banking ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง
ช่วงที่ 2 (20-30 มิ.ย.65) จำหน่ายให้แก่ประชาชนและนิติบุคคลไม่แสวงหากำไรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด แบบไม่จำกัดวงเงินการซื้อ โดยจำหน่ายให้ประชาชนในวงเงินคงเหลือจากช่วงที่ 1 ด้วยรุ่นอายุและเงื่อนไขเดียวกัน และสำหรับนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร วงเงิน 5,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 3.30 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
ซึ่งในรอบการจำหน่ายนี้ ได้เพิ่มนิติบุคคลอาคารชุด และนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้มีสิทธิ์ซื้อด้วย โดยจะพิจารณาการเป็นผู้มีสิทธิ์ซื้อจากข้อบังคับนิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมที่ดินหรือสำนักงานเขต และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ วงเงินที่จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม. และธนาคารตัวแทนจำหน่ายไม่นับรวมกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนได้ทั้ง 2 ช่องทาง และกระทรวงการคลังสามารถปรับเพิ่ม/ลดวงเงินทั้ง 2 รุ่นที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ตามความเหมาะสม
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขและวิธีการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านช่องทางต่างๆ ได้จากธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง




