
"สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์"พร้อมยกระดับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ SET มิ.ย.นี้
สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ หรือ STI ผู้นำบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เดินหน้าเพิ่มทุนจดทะเบียน เตรียมพร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เดือนมิ.ย.นี้ เปิดแผนสร้างการเติบโตระยะยาว ลุ้นสร้างนิวไฮ Backlog จากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 4,000 ลบ.
นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำกลุ่มธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เปิดความสำเร็จของการบริหารงานในโค้งแรกของปีในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีการปรับแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงาน เน้นการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างรอบคอบ พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานในรูปแบบวิถีใหม่ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
รวมทั้งปรับกลยุทธ์ในการทำงานพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับงานอย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่ในช่วงของสถานการณ์ของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ก็ตาม และสามารถทำรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 415.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30.1 ล้านบาท
โดยในปี 2565 นี้ STI พร้อมยกระดับองค์กรสู่การเติบโตครั้งสำคัญ หลังจากที่ประชุมมีมติอนุมัติย้ายเข้าซื้อขายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโต และการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน กองทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มทุนจดทะเบียน 167,500,000 บาท จากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญและเงินสด
ทำให้ ณ ปัจจุบัน STI มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 301,500,000 บาท และจะเข้าไปซื้อขายบนกระดาน SET ภายในเดือนมิถุนายน 2565 นี้ ซึ่ง STI มีการเติบโตอย่างโดดเด่นทุกปี ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2561 จากนั้นในปี 2563 ได้มีการลงทุนในบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) ในสัดส่วน 63.75% ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และในปี 2565 บริษัทก็ขยับขึ้นบันไดก้าวสำคัญอีกหนึ่งสเต็ปสู่การเข้าเทรดใน SET
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่เปิดศักราช 2565 กลุ่ม STI ก็เดินหน้ารับงานเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันงานในมือ (Backlog) ที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า อาทิ
- งานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง โครงการเอกชนร่วมลงทุนในส่วนการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี
- งานจ้างควบคุมงานก่อสร้างโครงการ เอกชนร่วมลงทุน ในส่วนการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา โครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา มูลนิธิรามาธิบดี,
- ที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้างโครงการสวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2 และ 3,
- ที่ปรึกษาคุมงานโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่
- ที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภา เมืองการบิน เฟส1, โครงการ One Bangkok
- โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- โครงการอาคารชุดพักอาศัยหลายโครงการ โครงการอาคารสำนักงาน และโครงการประเภทอาคารอเนกประสงค์ เป็นต้น
การเดินหน้าขยายความเชี่ยวชาญในงานด้านวิศวกรรมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น อีกทั้งในปีนี้ตลอดทั้งปียังมีโอกาสลุ้นงานใหม่เมกะโปรเจกต์เข้ามาในพอร์ต ลุ้นสร้างนิวไฮแบ็คล็อกได้อีกด้วย
“STI เรามุ่งมั่น และสร้างการผลักดันให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขยายความเชี่ยวชาญไปในกลุ่มงานก่อสร้างอื่นๆให้มากขึ้น ตามเทรนด์การเติบโตของประเทศ เดินหน้าประมูลงานเมกะโปรเจกต์เข้าพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว ด้วยแผนกลยุทธ์ต่างๆที่เรานำมาปรับใช้และบริหารด้วยความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้เราตัดสินใจเพิ่มทุนจดทะเบียนนำพา STI เข้าเทรดใน SET เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตที่มากขึ้นในอนาคต รองรับงานต่างๆที่ชนะการประมูลเข้ามาตลอดทั้งปี
เราพร้อมที่จะให้ความเชื่อมั่นและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นายสมเกียรติ กล่าวปิดท้าย




