thansettakij
thansettakij
เคลมประกันส่งออก ไตรมาสแรกปี65 พุ่ง 1,511.88%

เคลมประกันส่งออก ไตรมาสแรกปี65 พุ่ง 1,511.88%

25 เม.ย. 65 | 08:40 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 65 | 15:40 น.

EXIM BANK จับตาสงครามรัสเซีย-ยูเครน เสี่ยงชิ่งกระทบผู้ส่งออกไทย เผยยอดเคลมประกันส่งออก ไตรมาส 1/65 รวมกว่า 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,511.88% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยังไม่พบยอดเคลมจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ลากยาวยืดเยื้อเกือบ 2 เดือน ทำให้ธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ ออกมาประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ลดลงจากเดิม 4.1% เหลือเพียง 3.2% ซึ่ง ปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดคือการหดตัวถึง 4.1% ของเศรษฐกิจยุโรปและเอเชียกลาง ซึ่งประกอบด้วยยูเครน รัสเซีย และประเทศใกล้เคียง

 

ขณะเดียวกันผลจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของบรรดาพันธมิตรชาติตะวันตกยังทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นทั่วโลก ทำให้เวิลด์แบงก์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาด้วย รวมถึงปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรที่ต้องหยุดชะงักจากภาวะสงครามของยูเครน ยังจะทำให้ราคาอาหารแพงขึ้นด้วย

สำหรับเศรษฐกิจไทย ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์จากเดิม 3.9% เหลือ 2.9% เนื่องจากทั่วโลกมีความต้องการสินค้าลดลง และยังมีผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ หลังจากปีที่แล้ว เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.6% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ยอดการจ่ายสินไหมทดแทน หรือ การยื่น Claim ประกันการส่งออกของ EXIM BANK ปี 2564 ลดลง 97.25% จากปี 2563 เหลือ 11.88 ล้านบาท เนื่องจากผู้ส่งออกและผู้ซื้อปรับตัวรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีขึ้น ทั้งการค้าขายด้วยความระมัดระวังและบริหารความเสี่ยง ประกอบกับ EXIM BANK มีมาตรการช่วยลดภาระผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอีกด้วย ทั้งสินเชื่อและรับประกัน

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

 

ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณาจำนวนรายที่ยื่นเคลมประกันไม่แตกต่างกันมาก โดยเพิ่มขึ้น 2 รายจาก 6 รายเป็น 8 ราย แต่มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นจาก 4.97 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 80.11 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 1,511.88%

 

ส่วนผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนนั้น เนื่องจากไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักของผู้ส่งออกไทย ทำให้มีมูลค่ารับประกันไม่สูงนัก โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 จึงยังไม่มีการยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทน หรือจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

“ขณะนี้ EXIM BANK อยู่ในช่วงเฝ้าระวังความเสี่ยง โดยมีการให้ข้อมูลและย้ำเตือนผู้ส่งออกให้เพิ่มความระมัดระวังในการส่งออกมากขึ้น พร้อมแนะควรค้าขายด้วยเทอม Advance Payment เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ในภาพรวมยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดการยื่นและจ่ายค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด”นายรักษ์กล่าว

 

นายรักษ์ประเมินสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนว่า ในแง่ผลกระทบการค้าต่อไทยทางตรงนั้นอาจไม่มาก เนื่องจากไทยพึ่งพาการค้ากับรัสเซียและยูเครนรวมกันเพียง 0.6% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย(รัสเซีย 0.5% และยูเครน 0.1%) แต่อาจส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด เพราะนับตั้งแต่เปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวรัสเซีย (11% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย) และยุโรป (53%) เข้ามาช่วยทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับมาได้บางส่วน

ภาคการค้าต่างประเทศของไทย

นอกจากนั้นยังกระทบด้าน Supply Side ผ่านผลกระทบด้านราคา (Price Effect) ตลอดจนเข้ามาซ้ำเติมปัญหา Supply Chain Disruption ให้รุนแรงขึ้น ในหลายมิติ คือ วัตถุดิบแพงขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 65 อาทิ ธัญพืช (+30%) น้ำมัน (+40%) และ พาลาเดียม (ใช้ผลิตเครื่องฟอกไอเสียรถยนต์) (+20%)

 

รวมถึงของขาดจากปริมาณผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลงและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้การผลิตสินค้าในบาง Supply Chain ต้องหยุดชะงักลง อาทิ ชิป (ใช้ก๊าซนีออนในการผลิต) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้นและ Logistics มีปัญหา โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า รวมถึงปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาด

 

อย่างไรก็ตาม หากสงครามดังกล่าวยืดเยื้อ ขยายเป็นวงกว้าง และมีความรุนแรงมากขึ้นจะกระทบด้าน Demand Side หรือส่งผลกระทบต่อรายได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ยุโรปอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียสูงถึง 40% ของมูลค่าการนำเข้าพลังงานทั้งหมดของยุโรป รวมถึงจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อ และค่าครองชีพทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก และฉุดให้กำลังซื้อทั่วโลกลดลง ซึ่งจะกระทบชิ่งมาถึงการส่งออกของไทยในที่สุด

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,776 วันที่ 21 - 23 เมษายน พ.ศ. 2565