thansettakij
thansettakij
"โกลเบล็ก กรุ๊ป" ทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ตอบโจทย์รองรับลูกค้าทุกฟังก์ชัน

"โกลเบล็ก กรุ๊ป" ทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ตอบโจทย์รองรับลูกค้าทุกฟังก์ชัน

08 เม.ย. 65 | 08:12 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 65 | 15:13 น.

“โกลเบล็ก กรุ๊ป” ทรานสฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล รุกการให้บริการทุกมิติด้านการลงทุน เพิ่มมูลค่าการเติบโตอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์รองรับการทำธุรกิจทางการเงินและการลงทุน รองรับกลุ่มลูกค้าทุกฟังก์ชัน

นายธราภุช คูหาเปรมกิจ กรรมการผู้จัดการ บมจ.โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ (GBX) เปิดเผยว่า ภายใต้ยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าหลายธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อยกระดับการแข่งขันให้กับธุรกิจสู่การต่อยอดในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ให้สามารถตอบโจทย์การรองรับการทำธุรกิจทางการเงินและการลงทุนบนโลกดิจิทัลให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกฟังก์ชันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่ง GBX ก็ให้ความสำคัญกับการทรานสฟอร์เมชัน โดยเร่งขับเคลื่อนทั้งการทำงานต่างๆ เรื่องบุคคลากร รวมถึงแนวคิดเรื่องกลยุทธ์การลงทุน เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ GBX ให้ความสนใจการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset)เนื่องจากในปัจจุบันสินทรัพย์ดิจิทัลมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับต้องยอมรับว่าเม็ดเงินการลงทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯจึงเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพิ่มช่องทางในการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นของลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์
         

ขณะเดียวกัน GBX ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ ในการให้บริการธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ต่างประเทศ แบบ Fractional shares เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนของลูกค้าธุรกิจหลักทรัพย์ให้สามารถกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศได้ และยังเป็นการเปิดโอกาสในการได้รับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น รวมถึงสามารถกระจายความเสี่ยงของพอร์ทการลงทุน  
         

จากทรานสฟอร์เมชันในครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทฯในฐานะ บริษัท Holding  Company ได้มีการวางกลยุทธ์ภายในองค์กร โดยคงมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 10-15 % ในภาคธุรกิจการเงินและกลุ่มที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อการต่อยอดธุรกิจหลักของบริษัท และกลุ่มบริษัทย่อย ที่ถือหุ้นอยู่ ทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย

 

  • 1.บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (ถือหุ้น 99.99%)ดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์
  • 2.บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด (ถือหุ้น 59.99%) ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ
  • 3.บริษัท เอเซีย อิควิตี้ เวนเจอร์ จำกัด (ถือหุ้น 99.99%) ดำเนินธุรกิจร่วมลงทุนในบริษัทอื่นๆ

 

"บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มพอร์ทการลงทุนของบริษัทฯ โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจ หรือโครงการต่างๆ ที่มีผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยงของการลงทุน รวมถึงการลงทุนใน Startup ที่คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าการลงทุนทั่วไป ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ พร้อมทั้งลุยขยายช่องทางการขาย รวมถึงการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจในปัจจุบันของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งในส่วนของธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์, หุ้นกู้, กองทุน,วาณิชธนกิจ และ Proprietary trading" ​นายธราภุช กล่าว

ด้านนายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.โกลเบล็ก (GBS) เปิดเผยว่า ในปีนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ครบรอบ 20 ปี (2 ทศวรรษ) และกำลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นในการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่มีความหลากหลายด้านการลงทุน รองรับความต้องการให้กับกลุ่มลูกค้าเดิม และต่อยอดในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อหาวิธีเพิ่มมูลค่าสอดคล้องกับการกระตุ้นการเติบโตขององค์กรด้วยรูปแบบการทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลักที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบล.โกลเบล็ก ในทศวรรษที่3 ได้ครบทุกมิติมากยิ่งขึ้น โดยแผนการขับเคลื่อนดังกล่าว ประกอบด้วย
         

1.การมุ่งเน้นไปในด้านการรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับการขยายไปยังฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ ให้ครอบคลุมด้านการบริการในทุกมิติด้านการลงทุน เพื่อรองรับการกระจายฐานรายได้ จากเดิมที่มีการเพิ่งพารายได้จากค่าคอมมิชชัน, ค่าธรรมเนียมการเป็นที่ปรึกษาระดมทุน ทั้งการขายหุ้นให้กับนักลงทุนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และการออกหุ้นกู้ ก้าวสู่การหารายได้เพิ่มในธุรกิจใหม่ๆ เช่น Wealth Management ซึ่งเน้นกับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth , การออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ Structured Note ซึ่งมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นใน SET 50 ปัจจัยพื้นฐานดี เป็นต้น
         

2. ด้านวาณิชธนกิจ ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทในเครือ แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ ที่บมจ. โกลเบล็ก โฮลดิ้ง ถือหุ้น 89.99% ซึ่งสามารถสร้างโอกาสการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 65  บริษัทแคปปิตอล วันฯ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเตรียมนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ จำนวน 6 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ

 

อาทิ  ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ประเภทผลิตภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สื่อSocial Media, ธุรกิจผลิตส่วนผสมรสชาติอาหาร เครื่องปรุงรส ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว อาหารกึ่งสำเร็จรูป, ธุรกิจการแพทย์, ธุรกิจการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบ และธุรกิจระบบ GPS และ IOT เป็นต้น ซึ่งธุรกิจด้านวาณิชธนกิจ จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างความคึกคักให้กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโกลเบล็ก ที่ต้องการหุ้นIPO ได้เป็นอย่างดี
         

"แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัวไปบ้าง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ไม่ได้ส่งผลต่อแผนการเข้าระดมทุนของบริษัทเอกชนหลายๆ บริษัท และกลับมองว่า การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นแหล่งระดมทุนที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ยังทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความโปร่งใส มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจและเพิ่มความพร้อมในการแข่งขันได้ในอนาคตได้เป็นอย่างดี" นายธนพิศาล กล่าว
         

3. บริษัทฯพร้อมมองหากโอกาสการลงทุนใหม่ๆ อาทิ Digital Asset , Digital Token หรือแม้แต่การให้บริการ Blockchain ผ่านระบบ AIซึ่งทาง "โกลเบล็ก" มีการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเปิดกว้างด้านความร่วมมือกับ Premium Partners ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในด้านดิจิทัล ที่มีความพร้อมทั้งในด้านของ โนว์ฮาวน์ ทีมบุคลากร และโปรดักส์ใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่
         

นอกจากนี้ GBS ยังต่อยอดการให้บริการด้านการลงทุน ภายใต้ "GLOBLEX ROBOTRADE" ซึ่งมีทั้งการสร้างและบริหารพอร์ตการลงทุนที่บริษัทฯมีการพัฒนาอยู่แล้ว ผ่านการการนำเทคโนโลยีระบบ AI มาช่วยบริหารพอร์ต และส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติเจาะกลุ่มนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านออกแบบโปรแกรม (Programming) หรือ Robot Trade หรือแม้แต่การลงทุนผ่าน โปรแกรมเทรด "GLOBLEX ROBOTRADE" ถูกออกแบบสำหรับการลงทุนในกลุ่ม SET100 เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านการลงทุน โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งหมด 4 โมเดล ได้แก่

 

  • 1. Growth Factor Model,
  • 2. Quality Factor Model,
  • 3. Valuation Factor Model และ
  • 4. Dividend Factor Model หรือแม้แต่การพัฒนาการให้บริการ ROBOTRADE  

 

สำหรับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านออกแบบโปรแกรม (Programming) หรือ Robot Trade สามารถออกแบบโปรแกรมเทรดด้วยตัวเอง ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพราะการทำงานของ Robot Trade จะรวดเร็วแม่นยำ และมีการป้องกันความเสี่ยงเป็นไปตามข้อกำหนดของทางตลาดฯ ทำให้บริษัทฯ เชื่อว่า มีโอกาสสูงที่คนจะสนใจบริการดังกล่าวและสามารถสร้างโอกาสการเติบโตให้กับบริษัทฯได้ในอนาคต

         

ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 65 บริษัทฯ คาดว่าจะมีการเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ด้านการลงทุน ประมาณ 1-2 โปรดักส์ ควบคู่กับการฝึกอบรมบุคคลากร เพื่อพัฒนาศักยภาพให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการกับลูกค้าในอนาคต
         

อย่างไรก็ตามจากความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์เหล่านี้ จะทำให้บริษัทฯ มีโครงสร้างรายได้ที่มีการกระจายตัวหลากหลายมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเป็นหลักเพียงอย่างเดียว โดยปัจจุบัน โกลเบล็ก มีสัดส่วนรายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจหลักทรัพย์ประมาณ 53.92% จากบัญชีลูกค้าเคลื่อนไหว 7,000 บัญชีโดยประมาณ, รายได้จากค่าธรรมเนียม รายได้จากการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และรายได้อื่นๆ ประมาณ 46.08% ซึ่งการที่มีรายได้ที่กระจายช่วยเสริมฐานรายได้ที่มั่นคงให้แก่โกลเบล็ก เพื่อก้าวสู่ปีที่ 21 อย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัดต่อไป