สคฝ. สร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA

22 มี.ค. 2565 | 12:00 น.

สคฝ. สร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA -“DPA พร้อม” พร้อมคุ้มครอง พร้อมเข้าถึง พร้อมเคียงข้าง

สคฝ. สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน  -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA วางโครงข่ายเชื่อมต่อระบบ ผสานนวัตกรรม-เทคโนโลยี รองรับพฤติกรรมผู้ฝากในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต  ผ่านแคมเปญสื่อสาร “DPA พร้อม” พร้อมคุ้มครอง พร้อมเข้าถึง พร้อมเคียงข้าง  ผอ.“ทรงพล”ระบุปี 2564 ทั้งจำนวนเงินฝากและจำนวนผู้ฝากเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท  จากเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง98% วงเงินกว่า 15.592ล้านล้านบาทเติบโต 4.39%

สคฝ. สร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวว่า “การสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับระบบคุ้มครองเงินฝากและความรู้ทางการเงินพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้คือภูมิคุ้มกันที่จะช่วยลดความตื่นตระหนกให้กับประชาชนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือปิดกิจการ

นอกจากนี้ DPA ได้พัฒนาเครื่องมือที่จะให้บริการประชาชนโดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านการจ่ายคืนผู้ฝากและการชำระบัญชี อีกทั้งมีการเชื่อมต่อระบบการสื่อสารเป็น Omni Channel เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลให้สามารถตรวจสอบข้อมูล ตอบข้อซักถาม ช่วยเหลือประชาชนผู้ฝากได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย” 

 

สำหรับความพร้อมด้านแรก พร้อมคุ้มครอง DPA ได้เตรียม “ระบบ” พร้อม ด้วยการวางโครงข่ายระบบดิจิทัล เทคโนโลยี และระบบปฏิบัติการ  อีกทั้งยังมีการจำลองสถานการณ์ทดสอบระบบ (Simulation) กระบวนการจ่ายคืน รูปแบบการสื่อสารกับผู้ฝาก รวมถึงการทดสอบระบบร่วมกับหน่วยงานในตาข่ายความมั่นคงทางการเงิน

 

สคฝ. สร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA

อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมการจ่ายคืนผู้ฝากอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะไม่สะดุดในวันที่ต้องเจอกับภาวะวิกฤต “คน” พร้อม ผ่านการซักซ้อมอยู่เสมอเพื่อให้ระบบพร้อมใช้งาน และคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ก้าวไปให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินและเศรษฐกิจ เสริมทักษะ ความรู้ผ่านโปรแกรมแลกเปลี่ยน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคุ้มครองเงินฝาก

 

อย่างธนาคารแห่งประเทศไทยและกรมบังคับคดี เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ  มาพัฒนากระบวนการทำงานให้สามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ฝากได้ดียิ่งขึ้น “กองทุนคุ้มครอง” พร้อม(ปัจจุบันมีมากกว่า 1.34 แสนล้านบาท  ) สร้างความเข้าใจเรื่องเงินที่นำมาใช้คุ้มครองผู้ฝาก ซึ่ง DPA เก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครองเพื่อสะสมไว้ในกองทุนคุ้มครองเงินฝาก โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝาก “ประชาชน” พร้อม เป็นการเตรียมประชาชนให้พร้อมรับการคุ้มครองอย่างเข้าใจและเชื่อมั่น ประชาชนผู้ฝากทุกคนเองก็เตรียมความพร้อมได้ โดยการอัพเดทข้อมูลของตัวผู้ฝากเอง ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยเฉพาะที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อได้ กับสถาบันการเงินที่มีบัญชีเงินฝาก และผูก PromptPay กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฝากได้รับการคุ้มครองสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

พร้อมเข้าถึง นอกจากช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมแต่ละ Generation ผ่านช่องทางต่างๆ ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว  DPA ยังมีข้อมูลความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝาก ข้อมูลอัพเดทสถาบันการเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และความรู้ด้านการเงินอื่นๆ พร้อมให้ผู้ฝากทุกคน เข้าถึงได้อย่างสะดวก และ DPA ก็พร้อมเคียงข้างประชาชนในทุกจังหวะชีวิต เพราะโจทย์ทางการเงินในช่วงชีวิตของแต่ละคนอาจเปลี่ยนไป และปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว    DPA จึงพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ในโลกการเงินมีการศึกษาข้อมูล ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ รวมถึงการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานในตาข่ายความมั่นคงทางการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อเคียงข้างประชาชนผู้ฝากเงิน

สคฝ. สร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ฝากเงิน -เคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital DPA

“การเติบโตของเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองเมื่อสิ้นปี 2564 มีจำนวน 15.592 ล้านล้านบาท เติบโต 4.39% ในขณะที่ปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 10.12% สาเหตุเกิดจากความวิตกกังวลที่มีต่อสถานการณ์วิกฤตโรคระบาด

อย่างไรก็ดีในปี 2564 นี้ทั้งจำนวนเงินฝากและจำนวนผู้ฝากมีการเพิ่มขึ้นทั้งสองส่วนโดยส่วนใหญ่เป็นเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ฝากที่ได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวนกว่า 98% ครอบคลุมสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองทั้ง 34 แห่ง” นายทรงพล กล่าวเสริม