thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยปิดลบ 0.56 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 7.9 หมื่นล้าน  รอลุ้นปัจจัยใหม่

หุ้นไทยปิดลบ 0.56 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 7.9 หมื่นล้าน รอลุ้นปัจจัยใหม่

10 ม.ค. 65 | 10:27 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ม.ค. 65 | 17:29 น.

ดัชนีหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 ม.ค.) ที่ระดับ 1,657.06 จุด ลดลง 0.56 จุด หรือ -0.03% มูลค่าการซื้อขายกว่า 7.9 หมื่นล้านบาท นักลงทุนชะลอการซื้อขายรอลุ้นปัจจัยใหม่

ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (10 ม.ค.65 ) อยู่ที่ 1,657.06 จุด ลดลง 0.56 จุด หรือ -0.03% มูลค่าการซื้อขายกว่า 79,545 ล้านบาท  ระหว่างวันดัชนีทำสูงสุดที่ 1,664.23 จุด และต่ำสุดที่ 1,654.05 จุด   ทั้งนี้ภาวะตลาดหุ้นดัชนีแกว่งตัว Sideways นักลงทุนยังคงติดตามปัจจัยใหม่ อีกทั้งยังมีความกังวลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในระดับสูง 

 

10 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดวันนี้ ได้แก่

 

  • 1.KBANK มูลค่าซื้อขาย 3,552.56 ล้านบาท ราคาล่าสุด 143.00 บาท (+0.50 บาท )
  • 2.SCB มูลค่าซื้อขาย 1,755.14 ล้านบาท  ราคาล่าสุด 125.00 บาท(+0.50 บาท)
  • 3.EA  มูลค่าซื้อขาย 1,500.57 ล้านบาท ราคาล่าสุด 96.00 บาท (-1.00 บาท)
  • 4.GPSC มูลค่าซื้อขาย 1,497.09 ล้านบาท ราคาล่าสุด 84.00  บาท ( -0.50 บาท)
  • 5.TIPH มูลค่าซื้อขาย 1,488.36 ล้านบาท ราคาล่าสุด 67.75 บาท (-19.75 บาท )
  • 6.HANA มูลค่าซื้อขาย 1,471.55 ล้านบาท  ราคาล่าสุด 86.00 บาท (+4.00 บาท )
  • 7.ADVANC มูลค่าซื้อขาย 1,345.59 ล้านบาท ราคาล่าสุด 219.00 บาท (-2.00 บาท)
  • 8.CPF มูลค่าซื้อขาย 1,337.81 ล้านบาท  ราคาล่าสุด     27.00 บาท (0.00 บาท )
  • 9.PTT มูลค่าซื้อขาย 1,335.77 ล้านบาท ราคาล่าสุด  38.50 บาท     ( -0.25 บาท )
  • 10.BBL มูลค่าซื้อขาย 1,289.98  ล้านบาท ราคาล่าสุด 126.00 บาท (+1.50 บาท )

 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)หยวนต้า เปิดเผยว่า ดัชนี SET เคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ 1,654-1,664 จุด โดยมีแรงขายปรับพอร์ตในหุ้นที่ขึ้นแรงก่อนหน้านี้ เช่น กลุ่มประกัน แต่มีแรงซื้อสลับในหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 จะออกมาดี

 

ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูปัจจัยใหม่ เช่น เงินเฟ้อของสหรัฐ หลังจากยูโรโซนรายงานเงินเฟ้อแตะระดับ 5% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.) คาดว่า SET Index จะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,650-1,665 จุด โดยยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) ที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงออกมาเป็นระยะได้