svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

ttb analytics แนะธุรกิจรับมือ บาทผันผวนหนักในปี 65

21 ตุลาคม 2564

ttb analytics คาดดอกเบี้ยสหรัฐฯขาขึ้น หนุนเงินบาทอ่อนต่อเนื่องปีหน้า แต่ความต้องการเงินบาทสูงขึ้น ตามภาคท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวในปีหน้า ส่งผลบาทแข็งค่าระยะสั้น แนะธุรกิจวางแผนรับมือ บาทผันผวนพุ่งสูงขึ้นในปี 2565

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics คาดว่า ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาปรับลดลงตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งข้อมูลทางเศรษฐกิจแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวด้านการบริโภคและตลาดแรงงาน โดยอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ที่ 4.8%

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ระดับสูงในระยะยาว อันเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงในปี 2565

ดังนั้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2565 หลังจากที่การประชุมเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เฟดได้แสดงถึงแนวทางการดำเนินนโยบายด้านการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น เห็นได้จากการวางแผนลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (Quantitative Easing: QE) เพื่อลดขนาดสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้มากขึ้นว่าปี 2565 เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1-2 ครั้ง

 

ttb analytics แนะธุรกิจรับมือ บาทผันผวนหนักในปี 65

 

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ปี 2565 อาจไม่สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ที่มีความจำเป็นต้องคงอยู่ในระดับต่ำเช่นนี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ความแตกต่างของอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยอาจส่งผลให้เม็ดเงินจากภูมิภาคเอเชียไหลกลับเข้าสู่สหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปี 2565 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลให้สกุลเงินบาทและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ในอดีต การปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการอ่อนค่าของสกุลเงินบาท โดยปี 2558 เฟดปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรก หลังวิกฤตการเงินซับไพร์ม ซึ่งได้คาดการณ์ล่วงหน้าแล้วในช่วงต้นปี 2558 ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าเพิ่มขึ้น สกุลเงินบาทและสกุลเงินเอเชียปรับตัวอ่อนค่าเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่ากว่า 11.7 % จากระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 และขยับไปที่ระดับสูงสุด 36.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2558

 

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับค่าเงินบาทไทย ส่งผลกระทบเช่นเดียวกันต่อสกุลเงินต่าง ๆ ทั่วเอเชีย โดยสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบมากในช่วงเวลาดังกล่าวคือ สกุลเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย และรูปีของอินเดีย ซึ่งอ่อนค่าที่ 7%

 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวม ค่าเงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลง แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวในปีหน้า อาจส่งผลให้เกิดความต้องการของค่าเงินบาทเพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น ประกอบกับการเป็นประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่ามากสุดของเอเชียในปี 2564 อาจส่งผลให้เงินบาทที่มีการปรับตัวแข็งค่าในระยะสั้น และมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็งกำไรค่าเงินของนักลงทุนต่างชาติ

 

ดังนั้น ภาคธุรกิจควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (FX forward) การจองสิทธิที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (FX options) เพื่อปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินที่อาจพุ่งสูงขึ้นในปี 2565 ซึ่งจะสามารถช่วยรักษาความสามารถทำกำไรจากการส่งออกและบริหารต้นทุนการนำเข้าของภาคธุรกิจได้ดีขึ้น