thansettakij
thansettakij
FINNOMENA ฝ่าโควิด AUM ครึ่งแรกปี 64 โตพุ่ง 90%

FINNOMENA ฝ่าโควิด AUM ครึ่งแรกปี 64 โตพุ่ง 90%

29 ก.ค. 64 | 13:27 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ค. 64 | 20:27 น.

FINNOMENA เผยผลงานครึ่งปี 64 ยอดเงินลงทุนใหม่ในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 14,000 ล้านบาท เติบโต 90% ส่งผลยอด AUM รวมกว่า 30,000 ล้านบาท เผยพอร์ตการลงทุน GOR ที่ร่วมมือกับ Franklin Templeton เจาะกลุ่มลูกค้า Private banking กระแสตอบรับดีเกินคาด

นายเจษฏา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA Group (ฟินโนมีนา) กล่าวว่า ความท้าทายของสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวแปรสำคัญที่ได้สร้างความผันผวนให้กับตลาดการลงทุนทั่วโลก แต่ในทางกลับกันก็ถือเป็นหนึ่งในแรงกระตุ้นให้เกิดนักลงทุนหน้าใหม่มากมายในประเทศไทย โดยคนไทยเริ่มเห็นความสำคัญของการลงทุนมากขึ้น

 

สะท้อนได้จากกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง คริปโตเคอร์เรนซี ส่งผลให้ผลงานช่วง 6 เดือนแรกปี 2564 FINNOMENA เติบโตเหนือความคาดหมาย  โดยมีมูลค่าการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นจาก 16,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เพิ่มขึ้นทะลุ 30,000 ล้านบาท ภายใน 6 เดือน หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 90%  

เจษฏา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA Group

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้าง engagement กับนักลงทุนผ่าน content ด้านการลงทุน และพัฒนาแพลตฟอร์มให้แตกต่าง และตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าสำหรับนักลงทุน 

 

นอกจากนี้ หนึ่งในความสำเร็จของครึ่งปีที่ผ่านมาของ FINNOMENA  คือ กระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจากกลุ่มลูกค้า Private Banking ต่อพอร์ตการลงทุน Global Optimized Return (GOR) ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง FINNOMENA และ Franklin Templeton องค์กรบริหารจัดการสินทรัพย์ระดับโลก

 

จัดเป็นพอร์ตการลงทุนกองทุนรวมที่ใช้ Global expertise ของ Franklin Templeton มาจัดพอร์ต GOR ให้กับนักลงทุนระดับ Private Banking โดยตรงเหมือนกับบริการ Offshore Private Banking ในต่างประเทศ   โดยนักลงทุนไทยให้ความเชื่อมั่นและลงทุนในพอร์ตนี้ กว่า 1,000 ล้านบาท หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์

“นับเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะเราเปิดตัวแผนลงทุน GOR ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะยาว 3 - 5 ปี ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดโลกค่อนข้างผันผวน ด้วยอัตราการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีอยู่ทั่วโลก และการค้นพบเชื้อโควิดกลายพันธุ์และเกิดวิกฤตในอินเดีย  ทำให้ตลาดกลับเข้าสู่สถานการณ์เปราะบางอีกครั้งหลังจากสถานการณ์ในยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มดีขึ้นเมื่อตอนต้นปี”

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความมั่นใจในความเชี่ยวชาญของสถาบันระดับโลกอย่าง  Franklin Templeton  และความเชื่อมั่นในทีมงาน FINNOMENA  ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนดีเกินคาด  โดยช่วงแรกเปิดรับเฉพาะลูกค้า FINNOMENA Private Banking เพียง 100 ท่านแรกเท่านั้น

 

เพื่อให้การบริการมีความ exclusive และทั่วถึง เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้ได้รับข้อมูลวิเคราะห์ลงทุนเชิงลึก และดูแลปรับพอร์ตจากทีมงาน Franklin Templeton โดยตรง  จึงอยากดูแลลูกค้าเป็นกลุ่มย่อยก่อน

นอกจากกลุ่ม Private Banking แล้ว FINNOMENA ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั่วไปด้วยเช่นกัน โดยมีนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในครึ่งปีแรก 

 

โดย FINNOMENA ได้เปิดตัวบริการที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Finnomena Personal Advisor) อย่างเป็นทางการ  เพื่อทำหน้าที่ช่วยแนะนำ วางแผนการลงทุนกองทุนรวม สำหรับนักลงทุนที่ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500,000 บาท  โดยตั้งแต่เปิดตัวบริการ มีลูกค้าใช้บริการแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท

 

“ตลอดเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา FINNOMENA มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการปลดล็อคศักยภาพให้กับนักลงทุนไทยได้เข้าถึงความรู้ มุมมองการลงทุนจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพเกือบร้อยชีวิต ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเราที่จะสร้างโอกาสให้กับนักลงทุน ผ่านมุมมองการลงทุนที่ถูกนำเสนอให้เข้าใจง่าย โดยเรายังคงเดินหน้ากลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจการลงทุนทุกคนต่อไป ”นายเจษฎากล่าว