
‘สุโขทัย’ เร่งเครื่องแผนนํ้า 244 โครงการ เพิ่มศักยภาพรับนํ้ายม 1,200 ลบ.ม./วินาที
“สุโขทัย” เดินหน้ายกระดับระบบบริหารจัดการนํ้าทั้งลุ่มนํ้ายม ผ่านแผนพัฒนาแหล่งนํ้า 244 โครงการ ความจุรวม 461.79 ล้านลูกบาศก์เมตร มุ่งลดความเสี่ยงอุทกภัยซํ้าซาก ควบคู่เพิ่มนํ้าต้นทุนรับมือภัยแล้ง ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพรองรับนํ้าหลากจากระดับ 700 เป็นมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
KEY
POINTS
- จังหวัดสุโขทัยเร่งดำเนินแผนบริหารจัดการน้ำรวม 244 โครงการ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากใน 5 อำเภอ และเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการเกษตร
- แผนงานมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผันน้ำ หน่วงน้ำ และระบายน้ำ ผ่านโครงข่ายคลองต่างๆ และพื้นที่แก้มลิง เช่น ทุ่งทะเลหลวงและทุ่งบางระกำ
- เป้าหมายหลักคือการเพิ่มศักยภาพการรองรับปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำยมจากเดิมที่เริ่มส่งผลกระทบที่ 700 ลบ.ม./วินาที ให้สามารถรองรับได้มากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที
จังหวัดสุโขทัยกำลังเร่งวางระบบบริหารจัดการนํ้าให้ครอบคลุมทั้งการป้องกันนํ้าท่วมและการจัดสรรนํ้าเพื่อการเกษตร หลังเผชิญข้อจำกัดจากแม่นํ้ายมที่รับมวลนํ้าหลากจากพื้นที่ตอนบน ขณะที่นํ้าจากลำนํ้าสาขาและฝนตกหนักในพื้นที่ไหลมาสมทบ ทำให้เกิดปัญหานํ้าล้นตลิ่งและนํ้าท่วมขังซํ้าซาก แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนํ้าจึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผันนํ้า หน่วงนํ้า และระบายนํ้า ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงด้านนํ้าในระยะยาว
แม่นํ้ายมโจทย์ใหญ่ นํ้าหลากซํ้าซาก 5 อำเภอ
"สุโขทัย" ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง มีประชากรประมาณ 577,866 คน พื้นที่รวมกว่า 4.12 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 2.47 ล้านไร่ หรือเกือบ 60% ของพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่แม่นํ้ายมไหลผ่านจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร มีปริมาณฝนเฉลี่ย 1,164 มิลลิเมตรต่อปี และปริมาณนํ้าท่าเฉลี่ย 2,654 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ปัญหาอุทกภัยเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งมวลนํ้าจากจังหวัดพะเยาและแพร่ นํ้าจากพื้นที่ลาดเชิงเขาทางตะวันตก ฝนตกหนักในพื้นที่ และข้อจำกัดในการระบายนํ้าลงสู่แม่นํ้าน่านเมื่อระดับนํ้าปลายทางสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นที่เสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อำเภอสวรรคโลก ศรีสำโรง เมืองสุโขทัย คีรีมาศ และกงไกรลาศ
ข้อมูลพื้นที่นํ้าท่วมซํ้าซากในรอบ 10 ปี ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมประมาณ 907,975 ไร่ โดยพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย 8-10 ครั้ง ครอบคลุม 5 อำเภอ 27 ตำบล รวม 172,667 ไร่ สะท้อนความจำเป็นในการแก้ปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงการเร่งระบายนํ้าในช่วงเกิดเหตุ
ยกระบบนํ้ายม กระจาย-ผัน-หน่วง-ระบาย
ทั้งนี้นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 (ผส.ชป.4) กรมชลประทานระบุว่า จากปัญหาข้างต้นทางกรมฯจึงได้วางแนวทางบริหารจัดการนํ้าด้วยหลัก “3 แนวตั้ง 1 แนวนอน” เพื่อกระจายปริมาณนํ้าและเพิ่มทางเลือกในการระบาย โดยแนวตั้งประกอบด้วยแม่นํ้ายมสายหลัก ซึ่งมีประตูระบายนํ้าบ้านหาดสะพานจันทร์เป็นจุดสำคัญในการควบคุมนํ้าตอนบน แม่นํ้ายมสายเก่าที่ระบายนํ้าได้ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบบยมฝั่งขวาที่เชื่อมโยงกับพื้นที่แก้มลิงทุ่งทะเลหลวง
ส่วนแนวนอนเป็นระบบเชื่อมโยงระหว่างลุ่มนํ้า ได้แก่ คลองยม-น่าน ความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร และคลองก้างปลา ซึ่งระบายนํ้าได้รวมประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มทางเลือกในการกระจายนํ้าออกจากพื้นที่เสี่ยง
ด้านการหน่วงนํ้า มีแก้มลิงทุ่งทะเลหลวงเป็นพื้นที่สำคัญ โดยมีความจุใช้งานตามแผนประมาณ 32.40 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่ทุ่งบางระกำกว่า 260,000 ไร่ สามารถรองรับนํ้าได้ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของระบบยังขึ้นอยู่กับปริมาณนํ้า ระดับนํ้าปลายทาง และความพร้อมของคลองและอาคารชลประทานแต่ละแห่ง
รับมือฤดูฝน-แล้ง จัดลำดับใช้นํ้าชัดเจน
มาตรการเตรียมพร้อมฤดูฝนเน้นการพร่องนํ้าบริเวณประตูระบายนํ้าบ้านหาดสะพานจันทร์และบ้านยางซ้าย กำจัดสิ่งกีดขวางในแม่นํ้าและคลองสายหลัก ลดระดับนํ้าในแก้มลิง เตรียมพื้นที่ทุ่งรับนํ้า ตรวจสอบอาคารชลประทาน ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องสูบนํ้าและเครื่องจักรให้พร้อมปฏิบัติงาน พร้อมติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างใกล้ชิด
สำหรับฤดูแล้ง จะเน้นเก็บกักนํ้าในอ่างเก็บนํ้า แก้มลิง และแหล่งนํ้าธรรมชาติ พร้อมทดนํ้าเข้าสู่ระบบคลองส่งนํ้าให้เหมาะสมกับปริมาณนํ้าต้นทุนและความต้องการใช้ โดยจัดลำดับความสำคัญตั้งแต่นํ้าอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ ไปจนถึงภาคเกษตรกรรม ผ่านการประสานงานกับคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) และการใช้ข้อมูลสถานการณ์นํ้าแบบเรียลไทม์
เดินหน้า 244 โครงการ เพิ่มนํ้าต้นทุน-ขยายพื้นที่รับประโยชน์
แผนพัฒนาแหล่งนํ้าจังหวัดสุโขทัยมีทั้งหมด 244 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแล้วเสร็จ 12 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน 4 โครงการ โครงการในอนาคต 217 โครงการ และโครงการเร่งด่วน 11 โครงการ มีความจุเก็บกักนํ้ารวมตามแผน 461.79 ล้านลูกบาศก์เมตร
โครงการที่ดำเนินการแล้วมีความจุรวม 276.71 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมอ่างเก็บนํ้าแม่มอก ซึ่งมีความจุ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร และโครงการขนาดกลางอีก 11 แห่ง ส่วนโครงการสำคัญที่อยู่ในแผนดำเนินงาน ได้แก่ การปรับปรุงคลองยม-น่าน การพัฒนาคลองชักนํ้าแม่นํ้ายมฝั่งขวา แก้มลิงทุ่งหนองคล้อ และการศึกษาความเหมาะสมเพื่อบรรเทาอุทกภัยซํ้าซาก
ขณะที่แผนอนาคตมุ่งพัฒนาโครงข่ายผันนํ้าและเพิ่มแหล่งกักเก็บนํ้า อาทิ โครงการคลองผันนํ้าเลี่ยงเมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร รองรับการระบายนํ้าสูงสุด 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใช้งบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยมีแผนศึกษาความเหมาะสมและก่อสร้างตามกรอบเวลาที่กำหนด
อีกโครงการคือพื้นที่ลุ่มต่ำ SK6 บริเวณทุ่งปากพระ พื้นที่ประมาณ 73,000 ไร่ สามารถหน่วงนํ้าได้ราว 92 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่จำเป็นต้องทบทวนความเหมาะสม ผลกระทบต่อประชาชน และแนวทางชดเชย ก่อนกำหนดรูปแบบดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาแหล่งนํ้าลุ่มนํ้าแม่รำพัน การก่อสร้างระบบส่งนํ้าทุ่งหนองคล้อ-วังทองแดง อ่างเก็บนํ้าแม่ถันน้อย และโครงการชลประทานขนาดเล็ก 210 โครงการ เพื่อเพิ่มนํ้าต้นทุนและกระจายนํ้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมที่ยังขาดแคลน
เร่งโครงการจุดเสี่ยง ตั้งเป้ารับนํ้าเกิน 1,200 ลบ.ม./วินาที
แผนเร่งด่วน 11 โครงการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งนํ้าและระบายนํ้าในหลายพื้นที่ อาทิ คลองส่งนํ้าคอนกรีตเสริมเหล็กนิคมสหกรณ์ 3 คลองเชื่อมแม่นํ้ายมเก่าถึงคลองวงฆ้อง และการพัฒนาระบบควบคุมนํ้าในตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ รวมถึงการเพิ่มความจุทุ่งทะเลหลวงและพัฒนาอาคารชลประทานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน ตั้งเป้าว่า เมื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งนํ้าและมาตรการเร่งด่วนตามแผนครบถ้วน จะช่วยเพิ่มศักยภาพรองรับนํ้าหลากจากระดับที่อาจเริ่มส่งผลกระทบเมื่อปริมาณนํ้าเหนือสถานีศรีสัชนาลัย (Y14B) เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เป้าหมายดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันของระบบผันนํ้า หน่วงนํ้า และระบายนํ้า ตลอดจนการบริหารจัดการอ่างเก็บนํ้าและแก้มลิงอย่างเป็นระบบ โดยต้องควบคู่กับการเตือนภัยล่วงหน้าและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้สุโขทัยลดความเสี่ยงจากอุทกภัยซํ้าซาก พร้อมสร้างความมั่นคงด้านนํ้าให้ภาคเกษตรกรรมและชุมชนในระยะยาว







